“สถานการณ์โควิด19 ได้สร้างบทเรียนใหม่ให้กับจ.ภูเก็ต นั่นคือรายได้จากการท่องเที่ยวหายไป ประมาณการณ์ว่ารายเฉลี่ยต่อเดือนของคนภูเก็ตอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท แต่เมื่อเกิดโควิดรายได้ลดลง 3,000 บาทเท่านั้น” ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวในงานแถลงข่าว มหกรรม Thailand Greenest Cities Forum & Expo 2026@Phuket: วิสัยทัศน์กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองเขียว ศูนย์กลางการแพทย์ และเมืองสุขภาพของภาคใต้ ปี 2583 ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน

สถาบันขั้นสูงเพื่อระบบสุขภาพที่ยั่งยืน
ดร.พันธ์ เปิดเผยว่า ในฐานะบทบาทของ มหาวิทยาลัยฯในพื้นที่ จะเป็นหน่วยประสานขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้เมืองเขียว เมืองสุขภาพให้บรรลุเป้าหมายในปี 2583 ทำงานภายใต้สถาบันขั้นสูงเพื่อระบบสุขภาพที่ยั่งยืน (AISHS) ร่วมมือกับวิทยาเขตภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และตรัง โดยแต่ละวิทยาเขตมีการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตามบริบทของพื้นที่อย่างเด่นชัด โดยมหาวิทยาลัยได้ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว ทรัพยากร ความยั่งยืน ดิจิทัล และการสร้างกำลังคนระดับนานาชาติ โดยมี 2 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
1. มุ่งสู่ Carbon Neutrality University หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2573 ประกาศนโยบายเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของจังหวัดภูเก็ต (ปี 2580) ถึง 10 ปี เพื่อเป็นต้นแบบองค์ความรู้ นวัตกรรม และพาร์ทเนอร์ร่วมกับชุมชนและภาคส่วนต่างๆ
2.ยกระดับ Medical Hub และ Hospitality หรือการบริการการแพทย์ที่ใส่ใจ ชูจุดแข็งด้านระบบสาธารณสุขของไทย (อันดับ 6 ของโลก) ผสานกับความโดดเด่นด้านงานบริการและ Hospitality ของภูเก็ตซึ่งติดอันดับ Top 100 ของโลก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

มุ่งพัฒนา ภูเก็ตศูนย์การแพทย์เพื่อท่องเที่ยว
– พัฒนามหาวิทยาเพื่อสุขภาพตั้งเป้าผลิตกำลังคนที่มีความเป็นเลิศด้านวิชาการ ภาษา และดิจิทัล จำนวน 26,000 คน ภายใน 10 ปี
– เปิดศูนย์บริการทันตกรรมดิจิทัล ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว เป็นศูนย์ทันตกรรมที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-เปิดศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์ ให้บริการตรวจวิเคราะห์ที่เข้าถึงง่ายในราคาเหมาะสมสำหรับคนไทยและต่างชาติ พร้อมต่องานวิจัยระดับสูง
-มุ่งสู่การเป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศ พร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปีนี้
– จัดตั้งศูนย์ผู้สูงอายุขณะนี้ อยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์
-เปิดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต โดยใช้งบประมาณ 6,200 ล้านบาท ปัจจุบันออกแบบเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการทบทวนราคา และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคมนี้
คาดท่องเที่ยวสุขภาพภูเก็ตสร้างรายได้ 5หมื่นล้าน
ดร.พันธ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้เสนองบประมาณ 6,431 ล้านบาทต่อรัฐบาล เพื่อ ก่อตั้ง “โครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน” โดยคาดว่าภายในปี 2573 จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวการแพทย์และสุขภาพให้จังหวัดภูเก็ตไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท และภายในปี 2040 จะสามารถเพิ่ม มูลค่าเศรษฐกิจเป็นปีละ 7.5 หมื่นล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้
ดร.พันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสร้างรับรู้และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ จากหน่วยงานเพื่อบรรลุ 2 ยุทธศาสตร์ข้างต้น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ได้จัดการประชุม Thailand Greenest Cities Forum & Expo 2026@Phuket ในวันที่ 24-26 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมของวิทยาเขตภูเก็ต มหาวิทยาลัยฯ พร้อมลงนามเจตจำนงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรปกครองท้องถิ่น ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมควบคุมมลพิษ และเครือข่ายเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศแห่งประเทศไทย (ThaiCBN) โดยการสนับสนุนของธนาคารกสิกรไทย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานพันธมิตร รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการของกฎบัตรไทย สมาคมการผังเมืองไทย การลงนามครั้งนี้ เพื่อสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในภาคการพัฒนาเมือง โครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างเศรษฐกิจ ที่มุ่งสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสงวนรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น ตามกรอบคิดของการจัดงาน People and Planet First ที่กำหนดไว้

นายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย เลขานุการกฎบัตรไทย กล่าวว่ายุทธศาสตร์ขับเคลื่อน Thailand Greenest City 2040 และการจัดการเมืองยั่งยืน ในช่วงเริ่มต้น เกิดจากการร่วมมือของหลายภาคส่วน เช่น ไทย CVN, กสิกร, และเครือข่ายต่าง ๆ โดยเริ่มจัดครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับ ขยะอาหาร ซึ่งมีเทศบาล และ อบจ. เข้าร่วมกว่า 60 แห่ง ต่อมาได้ขยับมาจัดที่ขอนแก่น ในชื่อ “อีสาน Food Waste” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างคับคั่ง, สาเหตุที่มีการเปลี่ยนชื่อจาก Food Waste Forum มาเป็น Thailand Greenest City เนื่องจากคณะทำงานเล็งเห็นว่าระบบนิเวศการจัดการขยะอาหารในไทยยังไม่ใหญ่นัก มีผู้ผลิตเครื่องจักรจัดการขยะอาหารในประเทศไม่ถึง 15 เจ้า อีกทั้งการจัดการขยะมีความเกี่ยวพันกับระบบการจัดการเมืองในภาพรวม ทั้งเรื่องผังเมือง โลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และการจัดการอาคาร
Green สร้างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
นายฐาปนา กล่าว่า คณะทำงานใช้ เกณฑ์ Green City จากเมือง แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มาเป็นต้นแบบ ซึ่งเป็นเมืองที่ประกาศเป้าหมาย ขยะเป็นศูนย์สำเร็จแล้ว รวมถึงเกณฑ์ อาคารเขียวที่เน้นการประหยัดพลังงาน(LEED) เกณฑ์ที่เน้นเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เป็นหลัก เช่น ระบบระบายอากาศ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สำหรับงาน Thailand Greenest Cityจะมีการลงนามเจตนารมณ์ 2 ฉบับหลัก คือ เทศบาลพลังงานสะอาด 2040 คาดว่ามี 30 เทศบาลนครร่วมและการลงนามลดขยะอาหารในภาคใต้ลงร้อยละ 30
ตลอดจน เชิญชวนกลุ่มโรงแรมกว่า 100 แห่งที่เคยผ่านการอบรม Wellness Hotel ในช่วงโควิดมาเข้าร่วม เพื่อยกระดับอาคารให้เป็น Healthy Building, นอกจากนี้ ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เช่น แสนสิริ, MQDC (Forestias), และโครงการในภูเก็ตอย่าง Citygate ที่จะมาร่วมโชว์เคสการพัฒนาพื้นที่สีเขียวที่สามารถลดอุณหภูมิได้จริง,
“ เป้าหมายสูงสุดในปี 2583 คือการทำให้เป็นเมืองที่ “คนต้องมาก่อน” และมีความยั่งยืน เชื่อว่าเรื่อง “Green” ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตายและเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อไม่ให้ตกขบวนโดยเฉพาะในภูเก็ต หากไม่นำเรื่อง Green มาใช้ คุณภาพการท่องเที่ยวจะลดลง ยุทธศาสตร์นี้จึงมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่ยอมจ่ายมากขึ้นแต่ทำลายทรัพยากรน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาขยะและน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายกสมาคมการผังเมืองไทย เลขานุการกฎบัตรไทย กล่าว

“ธนาคาร”พี่เลี้ยงช่วยโรงแรมลดคาร์บอน
ด้าน ดร.วิชัย ณรงค์วณิชย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะผู้แทนประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศแห่งประเทศไทย (ThaiCBN) กล่าวว่า การจัดงาน Thailand Greenest Cities Forum & Expo 2026@Phuket กล่าวว่าการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่สามารถทำได้โดยลำพัง จึงได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีพันธมิตรเข้าร่วมแล้วถึง 44 องค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชนชั้นนำอย่างกลุ่ม CP และธนาคารพาณิชย์ต่างชาติ อาทิ Standard Chartered โดยเน้นการลงมือทำจริง เช่น โครงการจัดการขยะที่จังหวัดเชียงรายร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล และการขยายผลไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่น
นอกจากนี้ ในภาคการท่องเที่ยว ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินโครงการ “Hotel Solution” ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมแบบครบวงจร ได้แก่ ให้องค์ความรู้เรื่องการประเมินคาร์บอนและคำแนะนำการปรับตัว สนับสนุนเงินทุนสำหรับการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืนเชื่อมต่อบริการของโรงแรมเข้ากับแพลตฟอร์ม TAGTHAi (ทักทาย) เพื่อโฆษณาและดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีพฤติกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อม



