เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงถึงกรณีที่กลุ่มไอลอว์ ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย รัฐมนตรี สส.พรรคภูมิใจไทย รวม 9 คน กรณีที่ส่อว่ามีพฤติกรรมที่ทำให้การเลือก สว. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ว่า สิ่งกลุ่มไอลอว์ โดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ดำเนินการยื่นเรื่องให้กับ สส.พรรคประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการที่เชื่อมโยงและเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน

ก่อนหน้าจะมีการเลือก สว. กลุ่มไอลอว์ คณะก้าวหน้า ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พรรคประชาชน หรือก่อนหน้านั้นเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคอนาคตใหม่ ล้วนเป็นกลุ่มที่ร่วมมือกันรณรงค์ให้มีการส่งบุคคลลงสมัครเป็น สว. คล้ายกับคอหอยกับลูกกระเดือก ใช้แคมเปญ สว.ประชาชน สว.สีส้ม แต่เมื่อกระบวนการที่ทำร่วมกันไม่สำเร็จ กลับกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน และกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย

“กระบวนการที่พวกเขาทำ ทำให้ผลเลือกได้ สว.เข้ามาบางส่วน และมี สว.สำรองอยู่บางส่วน ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ไอลอว์ และพรรคประชาชนดำเนินการนั้นเพราะเสียผลประโยชน์ มีผลประโยชน์ทับซ้อน การยื่นเรื่องมีเจตนาไม่บริสุทธิ์  เป็นความร่วมมือยื่นเรื่อง รับเรื่อง เพื่อให้ กมธ.ของสภาตรวจสอบ ขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ใช้ กมธ.ของสภา เป็นเครื่องมือทางการเมือง และอย่าทำ ทั้งนี้วัยวุฒิอาจไม่เท่าคุณวุฒิ อย่าเพลินกับการใช้อำนาจ กมธ. จนสภาเสียหาย กมธ.ไม่ใช่ของพรรคใด” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า กรณีฮั้ว สว. ขณะนี้เป็นขั้นตอนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ หากไอลอว์และพรรคประชาชนบอกว่าเป็นผู้ที่เคารพกฎหมาย ต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่กล่าวหานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หรือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ว่ามีพฤติกรรมทุจริตเกี่ยวกับการฮั้ว สว. อย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย ตนขอใช้สิทธิฟ้องดำเนินคดี

“มีกรณีของนายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) ที่ยื่นเรื่องให้ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภา ตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่กล่าวหานายอนุทินว่ามีส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้การทุจริตสอบเกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก่อนการประชุม กมธ. ผมเพียงขอให้นายพิชัย ยืนยันในสิ่งที่เขียนไว้ในหนังสือ แต่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. ไม่อนุญาต ผมถามกลับไปว่า จะเชิญออกหรือไม่ และตนพร้อมจะออก แต่นายรังสิมันต์ ไม่ได้เชิญผมออก ซึ่งประเด็นดังกล่าวไม่มีอะไรเป็นเรื่อง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายศุภชัย แถลงเสร็จ นายรังสิมันต์ที่เตรียมแถลงข่าวต่อ ได้เข้ามาทักทาย โดยนายศุภชัย กล่าวกับนายรังสิมันต์ว่า “การประชุม กมธ. เอากาแฟซองมาชง ไม่อร่อย ต้องเอากาแฟสด” ซึ่งนายรังสิมันต์ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ

นายรังสิมันต์ โรม แถลงว่า “การทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันนั้นยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม ความใน กมธ. อาจจะไม่ตรงกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แก่นสารที่สำคัญที่สุดคือ ตกลงแล้ว 5,960 คน ที่มีข้อมูลออกมาว่าเกี่ยวข้องกับทุจริตสอบท้องถิ่นเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญ สรุปแล้วใครต้องรับผิดชอบ หากไม่พอใจจะดำเนินการใด ทางผมยินดี พร้อมที่จะชี้แจง และพร้อมทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา” นายรังสิมันต์ กล่าว.