น.ส.วัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยผลิตมีปริมาณน้ำนมดิบเฉลี่ย 3,000 ตันต่อวัน แต่การบริโภคภายในประเทศมีกำลังซื้อลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำนมส่วนเกินสะสมอย่างต่อเนื่องเกิดปัญหานมล้นสต๊อก ขณะเดียวกัน ตลาดหลักของอุตสาหกรรมโคนมไทยอย่างโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน มีแนวโน้มลดลงตามจำนวนเด็กนักเรียนที่ลดลง ส่งผลให้การระบายผลิตภัณฑ์ทำได้ยากมากขึ้น
“การที่ อ.ส.ค. ต้องรับซื้อน้ำนมดิบเพิ่มขึ้นเกินกว่าปริมาณตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ประมาณ 80-140 ตันต่อวัน ตั้งแต่ปี 2568 ทั้งที่ยังไม่มีตลาดรองรับที่ชัดเจน ส่งผลให้ อ.ส.ค. ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้าเพิ่มขึ้น กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินขององค์กร”
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบแนวทางแก้ไขปัญหานมกล่องค้างสต็อกของระบบสหกรณ์โคนมทั่วประเทศประมาณ 100 ล้านกล่อง (งบประมาณ 800 ล้านบาท) สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโคนมไทยทั้งระบบ
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการนโยบายโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) ได้ยอมรับถึงสถานการณ์นมล้นตลาด และอยู่ระหว่างพิจารณาปรับโครงสร้างการบริหารจัดการอุตสาหกรรมโคนม เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
ทั้งนี้ หลายฝ่ายเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งทบทวนแนวทางการบริหาร MOU รับซื้อน้ำนมดิบให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมเร่งขยายตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการบริโภคนมในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์จากน้ำนมดิบในระยะยาว หากยังไม่มีการปรับสมดุลระหว่างปริมาณการผลิตกับศักยภาพของตลาด วิกฤตนมล้นตลาดอาจกลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง และส่งผลให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการเข้าแก้ไขปัญหาในอนาคต



