เสียงบ่นของผู้เลี้ยงหอยแครงในตำบลคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ดังขึ้นอีกครั้งในช่วงที่หอยจากต่างประเทศยังคงทยอยเข้าสู่ตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง แม้การนำเข้าจะช่วยเพิ่มปริมาณสินค้าในตลาด แต่คำถามที่กำลังถูกตั้งขึ้นไม่ใช่เพียงว่า “หอยไทยขายยากหรือไม่” หากแต่เป็นคำถามที่ผู้บริโภคเองก็อยากรู้เช่นกันว่า

“ทำไมราคาหอยหน้าฟาร์มลดลง แต่ราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายกลับแทบไม่ลดลงตาม?”

คำถามนี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การนำเข้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการค้าตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ผลิตต้นน้ำ ผู้รวบรวมสินค้า ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ไปจนถึงร้านอาหาร

เกษตรกรขายถูกลง แต่ต้นทุนยังสูง

ผู้เลี้ยงหอยแครงหลายพื้นที่ยอมรับว่า ปัจจุบันราคาหน้าฟาร์มอ่อนตัวลงจากแรงกดดันของการแข่งขันกับหอยนำเข้า ขณะที่ต้นทุนการเพาะเลี้ยงกลับไม่ได้ลดลงตาม

ทั้งค่าลูกพันธุ์ ค่าแรง ค่าปรับปรุงพื้นที่เลี้ยง ค่าดูแลคุณภาพน้ำ และความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ล้วนทำให้ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง ผู้เลี้ยงบางรายต้องลงทุนตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลายล้านบาทต่อรอบการผลิต และต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

เมื่อราคาหน้าฟาร์มถูกกดลง กำไรของผู้ผลิตจึงหดตัวทันที หลายรายเริ่มกังวลถึงความสามารถในการเดินหน้าประกอบอาชีพต่อไป

สิ่งที่น่าสังเกตคือ แม้ผู้ผลิตจะขายได้ราคาลดลง แต่ผู้บริโภคกลับยังซื้อหอยแครงในราคาที่ใกล้เคียงเดิม ไม่ว่าจะเป็นตลาดสด ร้านอาหาร หรือร้านซีฟู้ดหลายแห่ง

หากกลไกตลาดทำงานอย่างสมบูรณ์ ต้นทุนที่ลดลงควรสะท้อนมายังราคาขายปลีกในระดับหนึ่ง แต่เมื่อส่วนต่างราคายังคงอยู่ คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ต้นทุนที่แท้จริงเพิ่มขึ้นในขั้นตอนไหน หรือผลประโยชน์จากราคาที่ลดลงตกอยู่กับใครในห่วงโซ่การค้า

หอยแครงกว่าจะถึงผู้บริโภค ต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งผู้รวบรวมสินค้า การคัดขนาด การขนส่ง การเก็บรักษาในห้องเย็น ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีก ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีต้นทุนของตนเอง

อย่างไรก็ตาม หากราคาหน้าฟาร์มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ราคาปลายทางแทบไม่เปลี่ยน ย่อมเป็นประเด็นที่ควรได้รับการศึกษาด้วยข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นว่าโครงสร้างราคาปัจจุบันสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่ และการแข่งขันในตลาดเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพียงใด

การนำเข้าสินค้าในระบบการค้าเสรีมักมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการแข่งขันและสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภค หากสินค้านำเข้ามีต้นทุนต่ำลง ย่อมมีความคาดหวังว่าราคาจำหน่ายจะลดลงตาม

แต่ในกรณีของหอยแครง หากเกษตรกรขายได้ราคาต่ำลง ขณะที่ผู้บริโภคยังซื้อในราคาเดิม คำถามสำคัญคือ ประโยชน์จากการแข่งขันด้านราคาถูกส่งต่อไปถึงผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด

ข้อเรียกร้องของผู้เลี้ยงหอยแครงในวันนี้ จึงไม่ได้มีเพียงการขอให้ควบคุมการนำเข้า แต่ยังรวมถึงการขอให้รัฐติดตามโครงสร้างราคาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตรวจสอบกลไกการแข่งขัน และสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภคเพราะหากปล่อยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ต่ำกว่าต้นทุน ขณะที่ผู้บริโภคยังไม่ได้ซื้อสินค้าราคาถูกลง ประเทศไทยอาจกำลังเผชิญปัญหาที่ลึกกว่าการแข่งขันจากสินค้านำเข้า นั่นคือ ความไม่สมดุลของระบบการค้าสินค้าเกษตร

และหากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง วันหนึ่ง “หอยแครงคลองโคน” อาจไม่ได้หายไปเพราะสู้หอยนำเข้าไม่ได้ แต่เพราะผู้เลี้ยงไม่สามารถแบกรับต้นทุนและอยู่รอดในระบบตลาดปัจจุบันได้อีกต่อไป