สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) รายงานว่า สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโรคหัดแล้ว 2,318 คนในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าจำนวนผู้ป่วยตลอดทั้งปี 2568
ซีดีซีระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในปีนี้สูงที่สุดนับตั้งแต่การกลับมาระบาดครั้งใหญ่ของโรคหัดระหว่างปี 2532-2534 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมในสหรัฐมากกว่า 55,000 ราย และเสียชีวิต 123 ราย
สถาบันระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ดังกล่าวน่ากังวล เนื่องจากยังอยู่ในเดือน ก.ค. และยังมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การกลับมาระบาดของโรคหัด ซึ่งสหรัฐเคยประกาศว่า หมดไปจากประเทศเมื่อ 25 ปีก่อน มีความเชื่อมโยงกับอัตราการฉีดวัคซีนที่ลดลง
Measles cases in the US reach 35-year high as 2026 becomes the second record-breaking year in a row. https://t.co/EwQTZuyCWK pic.twitter.com/Q1yPevWIFx
— CNN (@CNN) July 24, 2026
รายงานของซีดีซีระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ทารกจนถึง 19 ปี คิดเป็น 69% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด โดยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี คิดเป็น 1 ใน 5 ของผู้ป่วยในปีนี้ ขณะที่มีผู้ป่วยโรคหัดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว 151 คน
ผู้ติดเชื้อในปีนี้ราว 93% เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน และพบการระบาดใน 45 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ส่วนรัฐที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ เซาท์แคโรไลนา ยูทาห์ แอริโซนา เทกซัส ฟลอริดา เวอร์จิเนีย และเพนซิลเวเนียโดยการระบาดส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับการแพร่เชื้อภายในประเทศ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางส่วนวิจารณ์นโยบายของนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐ ซึ่งเคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน แม้ข้อกล่าวหาดังกล่าวขัดกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมาก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



