สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเดนปาซาร์ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่านายอี วายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าการจังหวัดบาหลี กล่าวว่า รัฐบาลได้ถอดกิจการ 18 ประเภทออกจากระบบออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจออนไลน์แบบเบ็ดเสร็จ (โอเอสเอส) ส่งผลให้ธุรกิจในกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถยื่นขอใบอนุญาตใหม่ผ่านระบบได้

สำหรับกิจการ 18 ประเภทที่ถูกถอดออกจากระบบโอเอสเอส ครอบคลุมโรงแรมขนาดเล็ก โฮสเทล ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ บริการให้เช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านจำหน่ายยาสมุนไพร สนามกีฬา ฟิตเนส และบริษัทให้บริการด้านการบริหารจัดการ ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้น หลังทางการพบว่า ผู้ประกอบการบางรายอาศัยช่องโหว่ของระบบโอเอสเอส จดทะเบียนธุรกิจในหมวดกิจการความเสี่ยงต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดด้านเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และกระทบต่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเริ่มใช้ระบบโอเอสเอส ตั้งแต่ปี 2561 เพื่ออำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพียงแห่งเดียว แต่รัฐบาลท้องถิ่นของบาหลีมองว่า นักลงทุนต่างชาติบางรายใช้ช่องทางดังกล่าวจดทะเบียนกิจการในประเภทความเสี่ยงต่ำ ซึ่งสามารถได้รับใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องขอใบรับรองหรือใบอนุญาตเพิ่มเติม และยังสามารถใช้สำนักงานเสมือนเป็นที่ตั้งบริษัทได้

กลไกดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการบางรายหลีกเลี่ยงข้อกำหนด ที่ระบุให้บริษัทลงทุนจากต่างชาติ ต้องมีมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ 10,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 18.73 ล้านบาท) ไม่รวมมูลค่าที่ดินและอาคาร ส่งผลให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และแข่งขันกับกิจการของคนท้องถิ่นโดยตรง

ผู้ว่าการจังหวัดบาหลียืนยันว่า ทางการจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายด้านการลงทุนและการออกใบอนุญาต พร้อมย้ำว่า บาหลียังคงเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยต้องสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของเกาะ เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น และช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประชาชน.

เรียบเรียงโดย: ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES