เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนว่าข้อมูลในแอปพลิเคชันหมอพร้อม ไม่ตรงกับข้อมูลการรักษาจริง โดยปรากฏข้อมูลการเจ็บป่วย รักษา โดยที่เจ้าตัวไม่เคยไปใช้บริการ ว่า “หมอพร้อม” เป็นแอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลมาจากหน่วยให้บริการ เข้ามาแสดงในแอป ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงตั้งใจคืนข้อมูลการรักษาสุขภาพให้ประชาชนทุกคน โดยจะได้แบบเป็นส่วนตัว ทั้งนี้มีการพัฒนาระบบแอปมาเรื่อยๆ สามารถจองคิวเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลแล้วบันทึกข้อมูลเข้าแอปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสถานพยาบาลที่ส่งข้อมูลเข้ามานั้น มีทั้ง รพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้งที่ถ่ายโอน และยังไม่ได้ถ่ายโอน รวมถึง รพ.เอกชน รพ.สังกัดมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ สธ.ยังอยู่ระหว่างขอเชื่อมข้อมูลจากหน่วยให้บริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดังนั้นย้ำว่า “หมอพร้อม” เป็นแอปที่แสดงว่า เราไปรักษาพยาบาลที่ไหน รับยาอะไร ตรวจแล็บที่ไหน

“ตอนนี้ได้รับการยืนยันว่าตัวแอปทำงานปกติ คือรับข้อมูลมา และแสดงผล ก็จะมีประเด็นว่า เหตุใดมีประชาชนดูข้อมูลในแอปแล้วข้อมูลไม่ตรงกับที่ตัวเองไปหาหมอที่โรงพยาบาล หรือหน่วยให้บริการ ซึ่งสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้คือ 1. มีการคีย์ผิด 2. เข้าใจผิด 3. อาจเป็นเรื่องการเบิกเท็จ และอาจสร้างความสับสนได้ เช่น รพ.ออกไปตรวจนอกสถานที่โดยผู้ป่วยอาจจะไม่ทราบว่ามาจากหน่วยใด นี่ก็เป็นไปได้ ดังนั้นปัจจุบันถ้ามีความไม่ถูกต้องกับที่ท่านไม่ได้ไปหาหมอจริง สามารถแจ้งได้ทางแอป ซึ่งหลังบ้านจะพิจารณาปรับข้อมูลได้ จะทำให้หน้าบ้านข้อมูลนั้นหายไป ส่วนข้อมูลหลังบ้านไม่ได้หายไป สามารถนำไปตรวจสอบ สืบสวน สอบสวนต่อ ซึ่งจะรู้อยู่แล้วว่าต้นทางที่ส่งข้อมูลมาเป็นใคร” นายพัฒนา กล่าว

รมว.สธ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มีหนึ่งกรณีที่เห็นทางออนไลน์ แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบ คือ กรณีลงข้อมูลผิดพลาด เป็น รพ.สต.ที่มีการโอนถ่ายไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ก็ต้องไปตรวจสอบข้อมูลต่อ ซึ่งแอปหมอพร้อมสามารถตรวจสอบจากข้อมูลได้ ทั้งนี้คิดว่าไม่น่าจะเกิดจากปัญหาข้อมูลหลังบ้านของกระทรวง หรือระบบเบิกจ่ายเงิน แต่เราก็ไม่ได้ตัดประเด็นทิ้ง ต้องมีการตรวจสอบว่ามีรูรั่วหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องการแก้ไขข้อมูลคิดว่า 2-3 วันน่าจะทราบข้อมูล แต่กรณีเบิกเท็จอาจต้องอาศัยเวลาในการตรวจสอบ หากพบใครทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ 

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เคสที่ จ.ปทุมธานีนั้นมีการตรวจสอบ 2 ครั้ง ไม่ใช่การเบิกเท็จ โดยครั้งแรกเป็นการให้บริการจริง ครั้งที่ 2 เป็นความเข้าใจผิด ส่วนที่ร้อยเอ็ด และอุดรธานีอยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้การรักษาพยาบาลนั้นมีการตรวจสอบยืนยันหมด แต่จากการสอบถามทาง สปสช. ในส่วนของการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค บางครั้งอาจจะไม่ได้มีการยืนยันตัวตนเต็มที่ จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้การตรวจสอบว่ามีการเบิกเท็จหรือไม่นั้นขอเวลา 2 สัปดาห์  

นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผอ.สำนักสุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โดยปกติระบบหมอพร้อมจะเป็นการส่งข้อมูลมาจากสถานพยาบาล ปกติการเข้ารับบริการนั้นจะมีการตรวจสอบด้วยบัตรประชาชน เสียบที่ตู้คีออส แต่อาจจะมีการออกหน่วยใช้บริการนอกพื้นที่ บางแห่งอาจใช้วิธีเขียนและลงข้อมูลผิดได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลโดยให้ประชาชนคีย์แจ้งเข้ามา สรุปตอนเย็นวันที่ 26 ก.ค. พบว่ามีเข้ามา 400 กว่ารายการ อยู่ระหว่างรวบรวมรายวัน ประชุมมอนิเตอร์รายวัน และตรวจสอบว่าแต่ละเคสเป็นอย่างไร   

เมื่อถามว่าประชาชนกังวลเรื่องการทำประกันสุขภาพ นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับรายการที่ยืนยันว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง เมื่อปรับข้อมูลแล้ว หากส่งผลต่อประกันสุขภาพเอกชน ภาครัฐก็จะมีระบบยืนยันให้ ส่วนรูปแบบจะมีการพิจารณาและแจ้งอีกครั้ง  

เมื่อถามว่าผู้ให้ข้อมูลว่า มีการให้บุคลากรต้องทำตัวชี้วัด (KPI) จนงานโหลด และกรอกข้อมูลทิพย์ เพื่อให้ผ่านแบบประเมินและงบประมาณ นายพัฒนา กล่าวว่า ต้องไปดูว่า งบฯ ที่ตั้งเบิกนั้น เบิกจากที่ใด ถ้าหน่วยบริการให้บริการแล้วตั้งเบิกไปที่ สปสช. ก็ทราบว่าปัจจุบันมีภาระงานโหลดอยู่พอสมควร ซึ่งตนได้เรียก สปสช.มาหารือว่าต้องทำงานแบบไม่ให้บุคลากรต้องรักษาพยาบาลแล้วยังต้องมานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อนเข้าไปอีกที่ค่อนข้างเยอะ ย้ำว่า การคีย์ข้อมูลต้องพอสมควร เพียงพอต่อการเบิกเงินจาก สปสช. ส่วนหากเป็นการรายงานในส่วนของ สธ.เอง คาดว่า ไม่น่าจะมาก แต่จะให้ปลัดกระทรวงไปดูอีกครั้ง.