สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่าเมื่อไม่นานมานี้ คณะนักการทูตประจำจีนจากไทยและประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนอย่างเวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา และฟิลิปปินส์ ได้เดินทางเยือนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เพื่อเยี่ยมชมศูนย์ความร่วมมือการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) จีน-อาเซียน ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ และคลองผิงลู่
นายเสกสรรค์ สโรบล กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ร่วมเรียนรู้แนวทางของกว่างซีในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และเกื้อหนุนความร่วมมือทางอุตสาหกรรม นายเสกสรรค์ประทับใจกับการทดลองสวมแว่นตาแปลภาษาพลังเอไอ ที่สามารถแปลคำพูดภาษาจีนเป็นภาษาไทย และแสดงบนจอภาพของแว่นตาแบบเรียลไทม์

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็นจุดเติบโตใหม่ของความร่วมมือระหว่างจีนกับไทยและจีนกับอาเซียน และการส่งเสริมภาคเศรษฐกิจจริงอย่างการเกษตร การผลิต และโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกำลังบูรณการเข้าสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นทิศทางใหม่ของทั้งสองฝ่ายในการขยายความร่วมมือ
ปัจจุบัน กว่างซีกำลังสำรวจแนวทางการพัฒนาเอไอภายใต้โมเดล “วิจัยและพัฒนาในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว + บูรณาการในกว่างซี + ประยุกต์ใช้ในอาเซียน” ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีที่สมบูรณ์พร้อม เข้ากับความต้องการทางอุตสาหกรรมในภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ไทยกำลังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านและการอัปเกรดอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยเฝ้าติดตามผลผลิตทางการเกษตร จำแนกศัตรูพืชและโรคพืช และทำนายผลผลิต ทำให้การผลิตทางการเกษตรมีความแม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นการบูรณาการเอไอเข้ากับอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม และการผลิตเชิงอัจฉริยะสามารถช่วยบริษัทผู้ประกอบการในภาคการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต และยกระดับการประสานงานห่วงโซ่อุปทาน และห่วงโซ่อุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้นด้วย
คณะนักการทูตยังสนใจการดำเนินงานเชิงอัจฉริยะ ของพื้นที่ท่าเรือชินโจวในสังกัดท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ “คลองผิงลู่” ความยาว 134.2 กิโลเมตร ซึ่งมีกำหนดเปิดใช้งานภายในเดือนก.ย. นี้ ในฐานะโครงการหลักของระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่

หากก่อสร้างเสร็จสิ้นและเปิดใช้งานแล้ว คลองผิงลู่จะลดระยะเวลาขนส่งสินค้าจากพื้นที่ตอนในของจีนตะวันตกสู่ตลาดในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงส่งเสริมการค้าระหว่างจีนกับอาเซียน ทำให้กว่างซีกลายเป็นจุดเชื่อมต่อกับตลาดจีนที่สำคัญกับไทย
ผู้คนแวดวงอุตสาหกรรมมองว่าจีนและไทยมีศักยภาพเกื้อหนุนกันอย่างมากในด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยจีนสั่งสมประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรม ส่วนไทยมีความต้องการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมอยู่มาก และข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งในการเจาะตลาดอาเซียน
สำหรับอนาคตข้างหน้า จีนและไทยสามารถขยับขยายความร่วมมือด้านการเกษตรอัจฉริยะ การผลิตอัจฉริยะ การค้าดิจิทัล และการท่องเที่ยวอัจฉริยะ เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างจีนกับไทยสู่พรมแดนใหม่ ๆ อย่างเศรษฐกิจดิจิทัล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



