เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 69 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฮั้วการเลือก สว. ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ว่า มีนักวิชาการบางท่านไปออกรายการแล้วบอกว่า สว.ส้ม สว.ประชาชน ทำผิด ฮั้ว ก็ไปร้องเลยสิ ตนเลยบอกว่าตามกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถดำเนินการได้ แต่หากจะให้ช่วยร้อง ตนก็ยินดี ซึ่งหากมีการสู้กัน ตนคงไม่นั่งเฉยๆ ตนคงไปค้นหา ตนก็มีข้อมูลอยู่ ไม่ได้เล่นๆ เพียงแต่ว่าตนคิดว่าที่ผ่านมาไม่เกี่ยวกับพรรค ตนคิดว่าสิ่งที่ตนรับรู้มาก็ไม่ต่างกับสิ่งที่คุณกล่าวหาเขา แต่คุณลากเข้ามาแล้ว ลากมาบอกว่าเกี่ยวกับพรรค ตนก็จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ ตนไม่คิดจะไปร้อง ที่ผ่านมาก็เห็นว่า สว.ครบ 200 คน ก็ทำหน้าที่กันไป ใครผิดคุณสมบัติ สว.สำรองก็เข้าทำหน้าที่แทน แต่ถ้าคิดจะกล่าวหากัน ตนก็มีข้อที่กล่าวหาท่านได้

นายศุภชัย ตั้งคำถามว่าก่อนหน้าที่จะมีการนัดประชุมของอดีตผู้สมัคร สว.ประชาชนที่เมืองทองธานี 300 คน มีการนัดแนะกันหรือไม่ ท่านไปเจอกันที่จังหวัดไหน ไปเจอกันอย่างไร คิดว่าหูตาไม่มีหรือ เขาเจอกันหมด 

“ท่านไปตรงไหนอย่างไร คิดว่าผมไม่ทราบหรือ แล้วถามว่าตรงนั้น ฮั้วหรือไม่ ไปเจอกันตรงไหน ทุกคนมาด้วยใจศรัทธาหรือ” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย  กล่าวย้ำว่า ตนมีหลักฐาน เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่กระบวนการแปลกประหลาดล้ำลึกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ทำให้มั่วกันอยู่แบบนี้

เมื่อถามว่า ก่อนหน้ารอบ 300 คนของ สว.ประชาชน มีจัดก่อนหน้านั้นแล้วใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า “ใช่หรือไม่ครับ” แล้วมากันทั้งประเทศ 77 จังหวัด ก็จากอำเภอมาจังหวัด จังหวัดมาประเทศ ของท่านมีอยู่ 300 คนมารวมกัน หมายความว่าจริงๆ มีขั้นตอนแต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัด กว่าจะมาถึงเวทีนี้

“กลุ่มก้าวหน้าบวกกับไอลอว์ Senate 67 ท่านก็มีกระบวนการชวนเชิญกัน ถามว่าวิธีการที่จะทำให้เลือกมา ก็ต้องมีกระบวนการคิดสูตรกัน ถามว่าท่านไม่คิดกันหรือ ถามว่ามีคนที่ถูกวางไว้เป็น สว. ตัวจริงจากคนที่มาเป็นโหวตเตอร์ มีหรือไม่ ผมว่าที่ท่านกล่าวหา สว. สีน้ำเงิน สูตรมันก็ไม่ต่างกัน บางคนก็มาเพียงเพื่อเป็นโหวตเตอร์แค่นั้น” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย ถามอีกว่า กิจกรรมที่จัดรณรงค์ให้คนมาสมัคร สว. 2,500 บาท เพื่อให้เป็นเพียงโหวตเตอร์ ปุถุชนธรรมดามีอุดมการณ์อันแรงกล้าก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ แต่ตนไม่เชื่อว่าจะเป็นทั้งหมด แบบนั้นมันโลกสวย โลกนี้มันไม่ได้สวยแบบนั้น ตนก็ไม่เชื่อความบริสุทธิ์ของท่านทั้งหลาย 

“ท่านจะมาร้องคนอื่น ที่บอกว่าจับแพะชนแกะอยู่ตอนนี้ เขามีส่วนเกี่ยวข้องท่านก็พยายามลากกัน เพราะฉะนั้น ผมไม่เชื่อว่าเป็นใจอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ในโลกนี้ท่านก็บอกว่าบริสุทธิ์อยู่คนเดียว คนอื่นชั่วหมด โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่เชื่อว่าท่านจะบริสุทธิ์ ไม่ได้ระบุว่าใครนะ” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่า  ฝั่งนั้นเขาบอกว่าเขาไม่มีโพย ไม่มีค่าตั๋วเครื่องบิน รวมตัวธรรมชาติ ไม่มีการจ่ายค่าโหวต นายศุภชัย กล่าวว่า ตนก็รู้คำตอบว่าเขาต้องตอบแบบนั้น มันไม่พิสดาร 

“ยกตัวอย่าง 9 คน ของผม บางคนถูกข้อกล่าวหาว่ามีผู้ช่วยของใครบางคนขับรถนั่งรถคันเดียวกัน พามาส่งเพื่อจะมาประชุม ผมถามกลับว่า 300 คนของท่านมากันคนละคันหรือ มีหรือไม่ประเภทที่มากันหลายคนในคันเดียวกัน แล้วแบบนั้นมันผิดหรือมาเมืองทองคนไม่เคยมาก็หลงตายเลย คุณพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คุณทำ เพราะเรื่องบางเรื่องก็ไม่เป็นความผิด แต่คุณพยายามที่จะกล่าวว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด” นายศุภชัย กล่าว

ส่วนกรณีที่เปิดเผยเส้นเงิน  นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกส่วน หัวหน้าพรรคแจ้งเตือน 2 ครั้งว่าเรื่อง สว. คนเป็น สส.ไปยุ่ง ถือว่าผิด ตนเป็นคนช่วยร่างหนังสือแจง สส. ในพรรคภูมิใจไทย แต่ก็ห้ามไม่ได้ ถ้าข้อเท็จจริงที่พนักงานไต่สวนเสนอไปถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ ใครที่พบการกระทำความผิดก็ไม่ปกป้องอยู่แล้ว ท่านก็ไปสู้คดีไป จะพ้นจากตำแหน่งอะไรที่มีอยู่ก็พ้นไป แต่อย่าลากเอาคำว่าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเข้าไปว่าผิดด้วย ตนเป็นคนกำกับไม่ให้ใครทำผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้น ตนรู้ว่าแต่ละคนไม่ได้ยุ่งเกี่ยว 

ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถูกพาดพิงว่าไปโรงแรมพูลแมน แล้วมีผู้สมัคร สว. เข้าพบ นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นสิ่งที่บอกเล่า แต่ถามว่าการกระทำนั้นผิดการโกงเลือก สว.ตรงไหน โรงแรมพูลแมน พวกตนก็ไปกันบ่อย อย่างตนเวลาจะไปหารือ หรือพบหัวหน้าพรรค เพื่อนำเอกสารให้ลงนาม ก็เป็นเรื่องปกติ มีชุมนุม สว. จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ก็คิดกัน แต่ถามว่าหากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไปเจอแล้วเขาทักทาย ผิดหรือไม่ ตนเชื่อว่าพนักงานไต่สวนของ กกต. คงสรุปเรื่องนี้กันอยู่ เพราะเขาอ้างว่าเรื่องนี้มีคนเล่า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ประธานไอลอว์ บอกว่ามีผู้สมัครมาเล่าให้ฟัง ก็เล่าไปแล้ว เพราะฉะนั้นคงอยู่ในสำนวนแล้ว ส่วน กกต. จะตัดสินอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน

“พูลแมนกับอนุทินไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะท่านอนุทินไปตั้งแต่โดนตัดสิทธิทางการเมือง กว่าจะหลุดมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  พูลแมนก็เป็นสถานที่ที่ท่านอนุทินไปเป็นประจำอยู่แล้ว  Random เข้าไปวันไหนอาจจะเจออนุทิน” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย ระบุว่า วันนี้โวยวายแล้วมาบอกว่า กกต.ต้องส่งศาลอย่างเดียว เพื่อสนองความต้องการของคุณ ไม่ให้ความเคารพต่อการวินิจฉัยหรือ เขาอำนาจตามกฎหมายของเขา ทั้งหมดอยู่ในดุลพินิจของ กกต. ไม่ใช่ว่าท่านมีหน้าที่ส่งศาลอย่างเดียว กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ปัญหาอยู่ที่ว่าวันนี้แยกไม่ออกระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจ พร้อมย้ำว่าเหตุอันควรสงสัยก็ต้องคำนึงถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหาด้วย 

เมื่อถามถึง  พยานที่ออกมาระบุว่าไปนอนที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวอยุธยา  แล้วบอกว่าเดี๋ยวคณะของนายอนุทินจะมา ถือเป็นหลักฐานหรือไม่ นายศุภชัย  กล่าวว่า ตนถามกลับก่อนดีกว่า ผู้สมัคร 300 คนสีส้มของคุณนอนพักกันที่ไหน อาจจะนอนกันที่โรงแรมเดียวกันก็ได้ แล้วผิดหรือไม่ ที่อยุธยาคนมาจากทั่วราชอาณาจักร อยุธยาเป็นสถานที่ที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ใช้เวลามาที่เมืองทองธานีสักครู่ก็ถึง ส่วนที่มีการระบุว่ารัฐมนตรีบางท่านพักอยู่ที่นั่น นายศุภชัย กล่าวยืนยันว่า ไม่มีใครอยู่ อย่างนายศุภชัย โพธิ์สุ ก็เป็นเรื่องของนายศุภชัย ถ้าพบว่าใครกระทำผิดก็ฟ้องไป 

ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตนได้สอบถามไปว่าเป็นอย่างไร เขาก็ชี้แจงว่าไม่จริง รวมถึงได้สอบถามน้องชายของนายภราดรด้วย (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล) ตนคิดว่าเขาไม่โกหก

“ผมบอกว่ามีคำอยู่คำหนึ่ง คุณมากล่าวหาว่าผมเป็นโจร แต่ผมไม่ได้เป็นโจร นี่คือขโมยเรียกจับโจร ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็นโจร แต่คุณก็เป็นขโมยเหมือนโจร ถ้าคุณบอกฮั้วแต่ไม่ผิด คุณก็เป็นขโมยนี่แหละ” นายศุภชัย กล่าว

ส่วนที่ฝั่ง สว.สีน้ำเงินได้เก้าอี้มาเยอะ นายศุภชัย กล่าวว่า แล้วอย่างไร เรื่องสูตรพวกนี้ ตนคิดว่า ถ้าตนนั่งอยู่ในฐานะที่จะไปเลือกแล้วทำให้ตัวเองได้เป็น สว. น่าปวดหัวตายเลย ตนต้องเลือกไม่รู้กี่ครั้งแต่ในที่สุดแล้ว เมื่อคุณได้มาแค่นั้น ก็แปลว่าสิ่งที่คุณฮั้วกันคุณไปสู้อีกกลุ่มไม่ได้ ที่ผ่านมาคิดกันไม่ใช่สีเดียว สีอื่นก็มี พอขั้นตอนไปแล้ว ก็ว่าไปตามกติกา.