ความเคลื่อนไหวทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย ซึ่งมีโปรแกรมสำคัญเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 18-24 ต.ค.69 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น นั้น

ล่าสุด “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า กกท. ร่วมกับคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และ 4 สมาคมกีฬา ประกอบด้วย สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญาแห่งประเทศไทย เตรียมนักกีฬา 282 คน เพื่อชิงชัยใน 18 ชนิดกีฬา ได้แก่ ยิงธนู, กรีฑา (วีลแชร์เรซซิ่ง), แบดมินตัน, บอคเซีย, จักรยาน, ฟุตบอล, โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, วอลเลย์บอลนั่ง, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์ฟันดาบ, วีลแชร์รักบี้ฟุตบอล และวีลแชร์เทนนิส

“การเตรียมทัพพาราไทย มีความพร้อมเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการเก็บตัวฝึกซ้อม การเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงและวิทยาศาสตร์การกีฬา” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว

ส่วนความคาดหวังของทัพพาราไทย ในศึกเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ดร.ก้องศักด กล่าวว่า สมาคมกีฬา ได้ตั้งเป้าหมายร่วมกันไว้ที่ 24 เหรียญทอง จากสมาคมกีฬาคนพิการฯ 17 เหรียญทอง แยกเป็น กรีฑา 1 ทอง, วีลแชร์เรซซิ่ง 6 ทอง, ยิงปืน 2 ทอง, เทควันโด 1 ทอง, วีลแชร์ฟันดาบ 2 ทอง, เทเบิลเทนนิส 5 ทอง, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองฯ 5 เหรียญทอง แยกเป็น วีลแชร์เรซซิ่ง 1 ทอง, บอคเซีย 4 ทอง และสมาคมกีฬาคนตาบอดฯ 2 เหรียญทอง จากกรีฑา ทั้ง 2 ทอง

“หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนักกีฬาครั้งนี้ ใช้การควอลิฟายตามสหพันธ์กีฬา และอันดับโลกของนักกีฬา ซึ่งจากการเตรียมความพร้อมที่ผ่านมา ทุกสมาคมกีฬาดำเนินการได้ดี จึงมีความเชื่อมั่นว่าทัพพาราไทย จะทำผลงานได้ตามเป้าหมายในศึกเอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้” ผู้ว่าการ กกท. กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง สำหรับทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย สร้างผลงานในเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เมื่อปี 2023 ด้วยการคว้ามาได้ 27 เหรียญทอง, 26 เหรียญเงิน และ 55 เหรียญทองแดง จบอันดับ 7 ในตารางรวมเหรียญรางวัล ส่วนตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง ได้แก่ เจ้าภาพ จีน ที่คว้าไปถึง 214 เหรียญทอง, 167 เหรียญเงิน และ 140 เหรียญทองแดง