เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับนายป๋อง ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 5 ศพ ว่า ยืนยันตำรวจทำงานอย่างเต็มที่จริงๆ อยากให้เข้าใจถึงขั้นตอน การซักถามสอบสวนเบื้องต้น จนขยายผลมาสู่การติดตามชาวต่างชาติที่เสียชีวิต และขยายผลไปถึงเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ซึ่งทางตำรวจเสียใจมาก ที่เกิดเหตุแบบนี้ ซึ่งบุคคลที่พ้นโทษมา และมีพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมชั่วร้ายแบบนี้ พูดตรงๆ ไม่น่าจะอยู่ในแผ่นดินไทย แต่ด้วยข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ทำให้เราต้องเดินหน้า ตามบทบาทหน้าที่ของเรา
ส่วนข้อมูลที่มีการเพิ่มเติมไป ได้สอบถามทุกวัน ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจศาลที่ฝากขังไว้ ยังไม่ได้ให้ความกระจ่างในเรื่องของคดีเพิ่มเติม ได้สั่งการไปยัง รอง ผบ.ตร. ผบช.ภ.2 และผบก.ภ.จว.ชลบุรี ว่า หากมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ เรายินดีรับข้อมูลทั้งหมด เพื่อนำไปขยายผล ด้านการสืบสวนว่า มีมากกว่านี้หรือไม่ เบื้องต้นเป็นไปตามที่เราได้ค้นพบทั้ง 5 ศพ และอยู่ระหว่างการสอบสวนให้เกิดความรัดกุม รอบคอบ
เมื่อถามต่อว่า ล่าสุดมีพยานออกมาเปิดเผยว่า นายป๋องเคยเป็นนิ้วของตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนดูรายการ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้อยู่ สั่งการทันทีให้ ผกก.สน.ทองหล่อ ไปอำนวยความสะดวก รับคำร้องทุกข์จากผู้ที่ให้ข้อมูลและถูกกระทำด้วย ซึ่งเหตุเกิดที่ไหนเดี๋ยวเราค่อยส่งคดีไป ส่วนข้อมูลที่ทางตำรวจได้นั้น พยานยืนยันว่า ระบุตัวบุคคลได้ จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เป็นใคร เบื้องต้นได้คุยกับตำรวจภูธร จ.ชลบุรี ให้ตรวจสอบที่ สภ.ห้วยใหญ่ ทราบว่า ย้อนหลังจากคำให้การประมาณ 10 ปี คือ ช่วงปี 56–59 ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาดูว่า บุคคลนั้นคือใคร ตอนนี้เราได้ข้อมูลจากพยานว่า มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องโดยระบุว่า เป็นนิ้ว ขอยืนยันว่า ถ้ารู้ตัวและมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ในการไปใช้จ้างวานกลุ่มบุคคลพวกนี้ ยืนยันในความตรงไปตรงมาว่า เราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า แต่ถ้าถอยหลังกลับไป กับบุคคลที่เป็นตำรวจแล้ว เราสันนิษฐานต่างๆ นานา น่าจะอยู่ในกลุ่มบุคคลที่เกษียณอายุราชแล้ว แต่การจะชี้ชัดว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างการให้ตำรวจภูธร จ.ชลบุรี ตรวจสอบถึงตำรวจผู้นั้นอยู่ ส่วนการดำเนินการต่อไป หากรู้ตัวต้องตรวจสอบ เพราะตนเป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งตำรวจมีขั้นตอนกระบวนการทำงาน เพื่อให้เกิดความสำเร็จของงาน ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างใคร ผู้ที่ให้ข้อมูลมา เราก็รับฟังและตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบแล้ว มีความชัดเจนก็ต้องว่าไปตามหลักฐาน ถ้าพบว่าผิดก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามต่อว่า หากพบว่า มีตำรวจที่ไม่ว่าอยู่ในราชการ หรือเกษียณอายุราชการไปแล้วเกี่ยวข้อง จะมีมาตรการอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อยากเรียนด้วยความตรงไปตรงมาว่า ความสำเร็จในเนื้องานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีอาชญากรรม คดีความมั่นคง ซึ่งไม่ได้หมายถึงคดีนี้ แต่พูดถึงหลักการปฏิบัติของตำรวจสากลทั่วประเทศ ย่อมใช้คนที่เป็นสายลับ ย้ำว่าไม่ได้พูดถึงเคสนายป๋อง แต่พูดถึงหลักปฏิบัติทั่วไป เพื่อให้นำมาซึ่งการได้ข้อมูล และวิธีการที่ทางตำรวจจะมาวางแผนในการปฏิบัติให้สำเร็จ ดังนั้น ถามว่า จะมีมาตรการอย่างไร อยู่ในการพิจารณาเรื่องบุคคลที่เราจะใช้เป็นสาย ซึ่งคงต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของแต่ละบุคคลที่มาเป็นสาย เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ที่หมายถึงการทำให้อาชญากรรมลดลง
รวมถึงความสำเร็จในการปราบปรามและมิติเกี่ยวกับการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ เราคงต้องพิจารณาถึงตัวบุคคล ซึ่งในระดับผู้บริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้พูดคุยกันในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อที่จะพิจารณาว่า จะต้องเพิ่มมาตรการในเรื่องนี้อย่างไร พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้มีความจำเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่า จำเป็นต้องไปใช้นายป๋อง เพราะตนไม่รู้ว่านายป๋อง เป็นนิ้วให้ใครหรือไม่ อย่างไร เป็นข้อมูลที่เราได้รับฟังมา โดยเรายินดีรับฟังทั้งหมด และน้อมรับข้อมูลทั้งหมดที่หลั่งไหลมา ทั้งนี้ ขอย้ำว่า การที่ตนพูดไม่ได้หมายความว่า จะไปปกป้องตำรวจที่ไปใช้นายป๋อง จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ แต่ว่า พูดถึงภาพรวมทั่วไปในการทำงาน



