เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อเร่งผลักดันนโยบายสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศ ผ่านการพัฒนาเด็กปฐมวัย

โดยนายยศชนัน กล่าวในที่ประชุมว่า การลงทุนกับเด็กตั้งแต่วันนี้ คือการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ประเทศไทย ที่ประชุมจึงได้หารือเพื่อผลักดันเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงาน ทำงานสอดคล้องกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลัก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลเด็กปฐมวัยของไทย ประเด็นแรก คือการจัดทำฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยให้เป็นระบบเดียว โดยได้บูรณาการความร่วมมือด้านข้อมูลระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง พม. และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเด็กตั้งแต่แรกเกิด ผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเข้าด้วยกัน

การเชื่อมข้อมูลนี้จะช่วยให้ภาครัฐดูแลและช่วยเหลือเด็ก ได้อย่างแม่นยำและตรงจุด เด็กและครอบครัว จะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากพบเด็กที่มีพัฒนาการช้า หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ระบบจะแจ้งเตือน ให้เข้าช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่มีใครตกหล่น ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล ทำให้ครูและบุคลากรทางการแพทย์ มีเวลาดูแลเด็กได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยให้รัฐ สามารถจัดสรรงบประมาณ และส่งบุคลากรลงพื้นที่เป้าหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ประเด็นที่สอง คือการออกมาตรการคุมเข้ม เพื่อป้องกันการสอบแข่งขันวิชาการในเด็กเล็ก เนื่องจากธรรมชาติของเด็กวัยนี้ ต้องเรียนรู้ผ่านการเล่น ไม่ใช่การถูกจับมานั่งท่องจำ มาตรการนี้จะเร่งคืนความสุข และพัฒนาการที่สมวัยให้กับเด็ก ปลดล็อกความเครียด ไม่ให้เด็กต้องเผชิญแรงกดดันที่เกินวัย ทำให้สมองและจิตใจเติบโตเต็มที่ ผ่านการเรียนรู้ที่เหมาะสม ตามแนวทาง ‘ชวนลด ชวนเล่น ชวนรู้’ 

นอกจากนี้ ยังช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครอง คลายความกังวลและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝง จากการส่งลูกเรียนกวดวิชา หันมาใช้เวลาทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างถูกวิธี ในขณะที่โรงเรียนและครู สามารถมุ่งเน้นไปที่การจัดกิจกรรม และเฝ้าดูพัฒนาการของเด็กได้อย่างรอบด้าน โดยไม่ต้องเครียด หรือพะวงกับการติวเด็ก เพื่อสอบเข้าอีกต่อไป 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า การผลักดันเรื่องนี้ คือการร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อม ที่ทำให้เด็กไทยโตมาอย่างมีคุณภาพที่สุด เพราะทุกช่วงเวลาของเด็กปฐมวัย คือโอกาสทองในการพัฒนา “ทุนมนุษย์” ที่จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการพัฒนาประเทศต่อไป