กระแสการทำธุรกิจ “ยุคดิจิทัล” กำลังก้าวข้ามจากการมีช่องทางการขายที่หลากหลาย ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์และ ‘ความไว้วางใจ’ กับผู้บริโภคในระยะยาว
ล่าสุด LINE ประเทศไทย จัดงานใหญ่ LINE Thailand Business Insight 2026 ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจในการใช้ แพลตฟอร์ม ช่วยให้ทุกธุรกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
โดยภายในงาน ได้เผยอินไซต์พร้อมโรดแมปการพัฒนาแพลตฟอร์มใน 3 ทิศทางสำคัญ รวมถึงการขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ ผ่านกลุ่มบริการที่น่าสนใจใน LINE Ecosystem เพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทย สู่การเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
“รัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์” รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย บอกว่า การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีช่องทางขายที่หลากหลายเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของ Customer Journey รวมถึงการเข้าไปอยู่ในโมเมนต์สำคัญ ในไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี และการทำงานร่วมกันกับแพลตฟอร์มอย่างไร้รอยต่อ
โดยการทำธุรกิจในรูปแบบ Chat Commerce ยังคงเป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มเพื่อการเติบโตของภาคธุรกิจในไทย สะท้อนให้เห็นผ่านพฤติกรรมการใช้งาน LINE OA ช่องทางหลักที่ภาคธุรกิจใช้งานอย่างแพร่หลายและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดการสนทนาบน LINE OA สูงถึง 12,000 ล้านครั้งในปี 68 ที่ผ่านมา ยอดการเพิ่มเพื่อนบน LINE OA กว่า 800 ล้านครั้งในครึ่งปีแรกของปี 69

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ‘แชท’ ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการสื่อสาร แต่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตของธุรกิจในโลกดิจิทัล
โดย LINE มุ่งพัฒนาสู่การเป็น Chat Commerce Engine กลไกสำคัญช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถบริหารการขายผ่านแชทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านแผนการพัฒนาใน 3 ด้านสำคัญด้วยกัน ได้แก่ 1. Seller AI Automation พัฒนาระบบให้ร้านค้าเปรียบเสมือนมี Seller Agent บนแชทผ่าน AI ลดภาระแอดมิน เก็บตกโอกาสปิดการขายที่เคยหลุดลอยไป หลังพบว่ากว่า 90% ของแชทใหม่ไม่ได้รับการติดตามหลังการตอบกลับครั้งแรก
2. Customer Data Agent เน้นพัฒนาฟีเจอร์ Customer Profile สู่แหล่งรวบรวม วิเคราะห์ และแบ่งกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำขึ้นกว่าเดิม และ 3. Return on Broadcast Spend ระบบวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการบรอดแคสต์ที่ชัดเจน ช่วยให้ร้านค้าสามารถวางแผนการสื่อสารได้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ไลน์ ยังเตรียมเปิดตัว “MyTeam” โซลูชันใหม่บริหารจัดการแอดมินต้นปี 70 ช่วยมอบหมายงาน รวบรวมข้อมูลลูกค้าไว้ที่ศูนย์กลางเดียว และมีระบบรายงานวิเคราะห์ประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับงานบริการให้รวดเร็วและเป็นมืออาชีพ
อย่างไรก็ตามในมุมของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในไทย ซึ่งนับว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือด นั้น LINE MINI Eats อีกหนึ่งโซลูชันใหม่ล่าสุดจาก LINE นับว่าได้รับเสียงตอบรับจากกลุ่มผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ด้วยอัตราการเติบโตของร้านค้าที่เปิดใช้งานถึง 5 เท่าภายในหนึ่งไตรมาสหลังเปิดให้บริการ

ในขณะที่ LINE MINI App เทคโนโลยีหลักในการสร้าง App-in-App บนแพลตฟอร์ม LINE ทาง LINE ตั้งเป้าผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ช่วยให้ทุกธุรกิจในไทยสามารถนำเสนอบริการดิจิทัลให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย ด้วยประสบการณ์ที่ต่อเนื่องตลอด Journey บน LINE พร้อมให้แบรนด์เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าเองได้ ทุกกลุ่มธุรกิจสามารถสร้าง LINE MINI App มาตอบโจทย์เฉพาะของบริการตนได้ไม่มีขีดจำกัด
โดยปัจจุบัน ภาคธุรกิจในไทยมีการสร้างบริการผ่าน LINE MINI App แล้วมากกว่า 1,000 แอป นับเป็นยอดการเติบโตถึง 3 เท่าหลังเปิดให้ภาคธุรกิจ นักพัฒนาทั่วไปสามารถสร้าง LINE MINI App Channel เองได้ในเดือนมีนาคม 69 และส่งผลให้ยอดผู้ใช้งานรายวัน (DAU) บน LINE MINI App เติบโตไปด้วยถึง 4 เท่าเช่นกัน สะท้อนถึงศักยภาพของ LINE MINI App ที่อาจเป็นรูปแบบธุรกิจยุคใหม่ของเมืองไทยในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สำหรับอีกหนึ่ง หนึ่งในบริการสำคัญคือ LINE Premium เติบโตต่อเนื่องด้วยยอดผู้ใช้งานปัจจุบันกว่า 3 ล้านราย ด้วยฟีเจอร์ยอดนิยมสูงสุดอย่าง ‘ยกเลิกข้อความแบบพรีเมียม’ ที่ครองใจคนไทย ตามมาด้วยฟีเจอร์ ‘ปรับแต่งไอคอนแอป’ และฟีเจอร์ ‘สำรองข้อมูลแบบพรีเมียม’ ตามลำดับ ไม่เพียงในด้านฟีเจอร์ฟังก์ชันเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ LINE Premium ยังได้พัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ ร่วมกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ในเครืออย่าง LINE SHOPPING และ LINE MAN โดยพบว่า ช่วยเพิ่มค่าเฉลี่ยการสั่งซื้อจากสมาชิกได้ถึง 50% และ 30% สะท้อนถึงประสบการณ์และสิทธิประโยชน์ที่โดนใจผู้ใช้ พร้อมเปิดโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจในการเป็นพาร์ทเนอร์ ร่วมนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจผู้บริโภค ร่วมกับ LINE Premium

ในขณะที่การทำการตลาดผ่าน Character Marketing บน LINE ยังคงเป็นแนวทางเชื่อมต่อแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ไทยที่ทรงพลัง ทั้งในรูปแบบ LINE Sponsored Stickers ที่พบว่า มียอดการใช้งานในไทยรวมกว่า 979 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา
และจากอินไซต์ยังพบว่า LINE Emoji ได้รับความนิยมจากกลุ่ม Gen Z ช่วงอายุ 15-24 ปี สะท้อนได้ว่า LINE Sponsored Emoji เป็นหนึ่งใน Character Marketing บน LINE ที่น่าสนใจ จากตัวอย่างแบรนด์ Butterbear ที่สามารถสร้างยอดดาวน์โหลดภายในเดือนเดียวเกิน 6 แสนครั้ง และอิโมจิถูกใช้งานภายใน 30 วันแรกกว่า 2.6 ล้านครั้ง ชี้ให้เห็นว่าสติกเกอร์และอีโมจิบน LINE เป็นเครื่องมือเชิงการตลาด ที่เชื่อมต่อแบรนด์กับผู้ใช้ สร้างการมีส่วนร่วมผ่านไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ IPX หรือ LINE FRIENDS เดิม อีกหนึ่งบริการที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจต่อยอดความร่วมมือด้าน Character IP ในหลากหลายรูปแบบ โดยมีคลังคาแรกเตอร์ระดับโลกกว่า 250 คาแรกเตอร์ จาก 29 IP พร้อม Style Guide (art asset) มากกว่า 600 รูปแบบ ให้แบรนด์สามารถเลือกนำไปพัฒนาสินค้า บริการ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์ไสตล์ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างสร้างสรรค์

ตัวอย่างความสำเร็จในประเทศไทย อาทิ ความร่วมมือกับ Big C เปิดตัคอลเลคชัน LINE FRIENDS ที่สร้างยอดขายทะลุเป้าถึง 200% คาแรคเตอร์ ZO&FRIENDS จากความร่วมมือกับศิลปิน G-DRAGON ที่มียอดจำหน่ายสินค้าแตะถึง 80% ภายในวันแรก ฯลฯ
ถือเป็นทิศทางของ LINE ที่ก้าวจากแพลตฟอร์มการสื่อสาร เพียงอย่างเดียวมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างตัวตน แสวงหาโอกาสใหม่ และเติบโตได้อย่างมั่นคงบนรากฐานแห่งความไว้วางใจ
Cyber Daily



