จากเหตุการณ์กราดยิงที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ ล่าสุด “นุ้ย – สุจิรา อรุณพิพัฒน์” นักแสดงชื่อดังและผู้บริหารสถานศึกษา ที่ได้เดินทางมาร่วมสัมภาษณ์พิเศษรายการเรียลลิตี้หมอดู หรือ นักทำนาย “UNSEEN” ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสียทุกคน พร้อมเปิดมุมมองในฐานะแม่และคนทำสื่อการศึกษา แนะสถานศึกษาทั่วไทยนำหลักสูตรการเอาตัวรอดจากเหตุภัยพิบัติและเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้าบทเรียน พร้อมย้ำสังคมต้องใส่ใจสุขภาพจิตเด็ก หยุดมองข้ามสัญญาณเตือนภัยจากการบูลลี่

นุ้ย สุจิรา เผยว่า “ก่อนอื่นนุ้ยต้องส่งกำลังใจมากๆ ให้กับครอบครัวที่สูญเสียทุกๆ ท่านเลย เพราะว่าแน่นอน 1 คนที่จากไป อันนี้นุ้ยเข้าใจหัวอกจริงๆ ของการจากไปของคนในครอบครัว ก็อยากจะส่งกำลังใจให้กับทุกๆ ครอบครัวที่ต้องไปเจอคความสูญเสียในครั้งนี้นะคะ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เอาจริงๆ นะ นุ้ยก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศเรา แต่ว่าด้วยความที่โรงเรียนที่ทำเนี่ย เป็นโรงเรียนในระบบอเมริกัน เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้วเนี่ย การรับมือกับการกราดยิงเนี่ย อยู่ในหลักสูตรนะ ลูกนุ้ยเนี่ยเรียนตั้งแต่วัยเด็กๆ เลย เรียนตั้งแต่เนิร์สเซอรี่เลยว่าหากเกิดเหตุการณ์ผู้ร้ายเข้ามากราดยิง หรือเกิดอะไรก็ตามจะรับมือยังไง ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ด้วย แผ่นดินไหว เขาอยู่ในหลักสูตรของเขาเลย แล้วก็มีหลักสูตรเกี่ยวกับเรื่องของการเอาตัวรอดการกราดยิง ว่าเราต้องเงียบที่สุด เราต้องเข้าไปในห้อง เราต้องหาอะไรมากั้นเอาไว้ เขาจะมีหลักสูตรตรงนี้อยู่แล้ว แต่ที่สำคัญจุดเนี่ย ทำให้เราได้รู้ว่าอะไร ได้รู้ว่าจริงๆ ตรงเนี่ย อาจจะต้องเข้ามาอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนหรือเปล่า อันนี้คือสำหรับการที่เราจะให้เด็กทุกคนเอาตัวรอด มันไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเกิดขึ้นในประเทศของเราแล้ว อีกมุมนึงก็คือว่าตอนนี้แม้ว่าเรายังจะไม่รู้สาเหตุของเด็กคนนึงที่เขาก่อเหตุ

แต่นุ้ยก็เห็นในหลายๆ มุม ที่มีการพูดถึง การบูลลี่ การที่เด็กคนนึงจะเติบโตมาเอาในฐานะแม่ละกัน คือ ก็มีทั้งครอบครัว สังคม สังคมเนี่ยก็รวมไปถึงสังคมชุมชนใกล้ๆ สังคมเพื่อน พ่อแม่ ญาติ แล้วก็แน่นอนก็ต้องรวมถึงโรงเรียนด้วย นุ้ยก็รู้สึกว่าถ้าอย่างเงี้ยเราจะต้องป้องกันละ ขอให้เหตุการณ์เนี่ยเป็นเหตุการณ์สุดท้าย ว่าถ้าเกิดเด็กคนไหนเขา call for help เราจะต้องมีคุณครู หรือมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านนี้ที่ช่วยน้องได้จริงๆ เราจะต้องไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็ก เด็กทะเลาะกันเดี๋ยวก็ดีกัน เราต้องเข้าใจว่าบริบทในจิตใจของเขาของเด็กสมัยนี้เราต้องรู้ด้วย เราต้องพัฒนาไปกับเขานะ เพราะว่าถ้าสมัยเรา เพื่อนล้อเรา แกล้งเรา เราก็เฉยๆ เราก็แบบสู้กลับ แล้วก็บอกว่า เธอจะตบฉันทำไมล่ะ เธอตบฉันทำไม แต่เราต้องรู้ว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความเปราะบางในใจเขาไม่เหมือนกัน รวมถึงความรุนแรง ความกดดัน ที่เด็กคนนึงต้องเจอในทุกๆ วัน การที่เราต้องตื่นมาแล้วเจอกับความกดดัน มันไม่ง่ายนะ ถูกมั้ย แล้วเด็กอายุน้อยๆ ด้วย เลยรู้สึกว่าเราอาจจะต้องทำความเข้าใจตรงนี้ มีมาตรการในการดูแลจิตใจของเด็กๆ แล้วก็ไม่มองข้ามทุกสัญลักษณ์ที่เด็กๆ ขอความช่วยเหลือ”

นุ้ย สุจิรา เผยว่า “ถ้าถามว่ามีความกังวลมากยิ่งขึ้นมั้ย จริงๆ ด้วยความที่โรงเรียนเรามีมาตรการการดูแลอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เข้มข้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด เริ่มต้นตั้งแต่หน้าประตู รปภ. ทางเข้า แล้วก็การที่จะเข้ามาในประตูเองเนี่ยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่เพียงแค่คนเดียว หรือ 2 คนในการที่จะดูแลความปลอดภัยเด็กๆ เพราะฉะนั้นสำหรับนุ้ยอ่ะ คือนุ้ยก็เชื่อว่าหลายๆ โรงเรียนก็น่าจะเป็นเหมือนกัน เพราะว่าจากเกิดเหตุการณ์เนี่ยหลายๆ โรงเรียนก็น่าจะต้องกระตุ้นเตือน แต่ว่าสำหรับของโรงเรียนนุ้ยเนี่ย คือทำเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะเป็นโรงเรียนที่อย่างที่บอกว่าอยู่ในหลักสูตร แล้วก็แน่นอนเราเป็นโรงเรียนเด็กเล็ก เรามีเนิร์สเซอรี่ เด็กเล็กมากๆ แล้วเราก็เข้าใจ แน่นอนเราเป็นหัวอกพ่อแม่เราจะต้องสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับเด็กๆ ไม่ใช่แค่ให้เขาสนุก มีความสุขกับการมาโรงเรียนแล้ว แต่ว่าการมาโรงเรียน การได้เรียนรู้วิชาต่างๆ การชอบ รักในการเรียน แต่ว่าเราต้องอยู่ในความปลอดภัยด้วย ส่วนมาตรการที่มีอยู่จะเข้มงวดขึ้นกว่านี้มั้ย สำหรับโรงเรียนเรา ล่าสุดปอนด์ (สามี) เขาก็มีการแบบว่าคือทุกอย่างก็คือตรวจเช็กอยู่แล้ว ก็แจ้งผู้ปกครองว่าเรามีมาตรการอะไรอยู่แล้วให้ผู้ปกครองเนี่ยสบายใจ คือสมมุติโรงเรียนอินเตอร์เขาก็จะมีต้องมาตรวจอุปกรณ์ต่างๆ ตรวจความปลอดภัยต่างๆ เป็นโปรโตคอลเขาอยู่แล้ว

นุ้ยจะพูดเลยนะว่า จริงๆ ตอนแรกมันไกลตัวเราเนอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกราดยิง หรือเรื่องแผ่นดินไหว แต่เราเห็นเลยว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยหลักสูตรของการเอาตัวรอดตรงเนี้ยต้องมี ต้องใส่ไว้ อย่างที่บอกไฟไหม้ แผ่นดินไหว เหตุการณ์กราดยิง มันจะได้ช่วยให้เด็กเตรียมตัว เพราะอะไร เพราะเราต้องพูดซ้ำ ย้ำทวน ซ้อมซ้ำๆ เพื่อให้เหมือนกับกล้ามเนื้อของเราจำได้ เหมือนเราขี่จักรยาน เพราะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมันตกใจ แล้วกว่าที่เราจะตั้งสติได้เราต้องใช้สัญชาตญาณจากการที่เราฝึกบ่อยๆ ฝึกซ้ำๆ มันจะทำให้เป็นอัตโนมัติ แล้วเด็กๆ ก็จะได้มีสติว่าเราเคยฝึกตรงเนี้ย มาอย่างเข้มข้นแล้วนะ ทำตามตรงนี้อย่างไร”



