สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ออกแถลงการณ์ ว่าเป็นผู้ใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซาอุดี อารามโก ในเมืองจาซาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย


ขณะที่กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า เกิดเพลิงไหม้ภายในโรงกลั่น ก่อนเจ้าหน้าที่ดับไฟได้สำเร็จ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่ระบุสาเหตุของเหตุการณ์


โรงกลั่นจาซานมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 400,000 บาร์เรลต่อวัน และตั้งอยู่ใกล้ชายแดนเยเมน การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้กลุ่มติดอาวุธพันธมิตรอิหร่านโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียและขัดขวางการขนส่งพลังงาน


นายอามิน นาสเซอร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของซาอุดี อารามโก กล่าวว่า การโจมตีที่ผ่านมาเคยทำให้การผลิตบางส่วนหยุดชะงัก แต่เชื่อว่าจะสามารถกลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว และยังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานหรือฐานะการเงิน


เหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งในภูมิภาค ทำให้ซาอุดีอาระเบียเร่งเสริมความมั่นคง โดยรัฐบาลริยาดเพิ่งลงนามในข้อตกลงป้องกันร่วมกับตุรกีและปากีสถาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดว่า การโจมตีด้วยกำลังอาวุธต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง จะถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศ เพื่อเสริมสร้างการป้องปรามร่วม


อย่างไรก็ตาม นายฮาคัน ฟิดาน รมว.การต่างประเทศตุรกี ยืนยันว่า ข้อตกลงไม่ได้มีเป้าหมายต่อต้านอิหร่านหรือประเทศใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นหลักประกันร่วมเพื่อสนับสนุนความมั่นคงของทั้งสามประเทศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS