สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่านายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฝ่ายนโยบาย กล่าวระหว่างการเยือนกรุงมะนิลา ว่าเป็นการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในตำแหน่งดังกล่าว หลังจากนี้จะเดินทางต่อไปยังกรุงจาการ์ตา กรุงเทพฯ และกรุงพนมเปญ
โคลบีกล่าวว่า สหรัฐมีผลประโยชน์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมากขึ้น และกระทรวงกลาโหมสหรัฐให้ความสำคัญกับการปกป้องผลประโยชน์ดังกล่าว พร้อมย้ำว่า สหรัฐจะเพิ่มการลงทุนในภูมิภาค แต่คาดหวังให้พันธมิตรและหุ้นส่วนเพิ่มความพยายามและการมีส่วนร่วมด้านความมั่นคงมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐรายนี้ยืนยัน ว่ายุทธศาสตร์ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการปรับนโยบายต่างประเทศให้มุ่งผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมของชาวอเมริกัน พร้อมทั้งย้ำว่า สหรัฐไม่ได้กำลังถอนตัวจากเอเชีย แต่กำลังปรับลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และเพิ่มทรัพยากรเพื่อเสริมความมั่นคงในภูมิภาค
โคลบีระบุว่า สหรัฐมองเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญสูงสุด เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเป้าหมายสำคัญของสหรัฐคือการรักษาดุลอำนาจที่เอื้อประโยชน์ในอินโด-แปซิฟิก และเสริมศักยภาพการป้องปรามทางทหาร
ขณะเดียวกัน สหรัฐยืนยันว่าจะใช้การทูตควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร เพื่อลดแรงกดดันที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง โคลบีกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับ “วิถีอาเซียน” ซึ่งให้ความสำคัญกับความเป็นจริง การเปิดกว้างต่อการเจรจา และความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
It was an honor to host Thailand’s Permanent Secretary General Tharapong Malakam earlier today. Together we reaffirmed the renewed strength of the U.S.-Thai alliance and discussed the value of a pragmatic approach for deeper collaboration. We look forward to renewing our… pic.twitter.com/MrzMKwDSaF
— Under Secretary of War Elbridge Colby (@USWPColby) August 4, 2026
สำหรับไทย โคลบีระบุว่า ไทยเป็นพันธมิตรทางการทูตเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐในเอเชีย และเป็นพันธมิตรบนแผ่นดินใหญ่เพียงประเทศเดียวของสหรัฐในเอเชีย รัฐบาลวอชิงตันกำลังเร่งขยายความร่วมมือด้านกลาโหมกับไทย ทั้งในด้านความเร็วและขอบเขตของความสัมพันธ์
โคลบีระบุว่า สหรัฐต้องการปรับการฝึกร่วมที่มีอยู่เดิมให้เป็นการฝึกระดับสูงที่มีความสมจริงด้านการรบมากขึ้น เป้าหมายคือการทดสอบความพร้อมรบของกองกำลังทั้งสองประเทศ และทำให้สามารถปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ โคลบียังกล่าวถึงความร่วมมือกับอินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ในการเสริมสร้างความมั่นคงและขีดความสามารถด้านกลาโหม พร้อมย้ำว่า แนวทางของสหรัฐคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งอย่าง “ชัดเจน หนักแน่น แต่สงบนิ่ง” เพื่อสร้างการป้องปรามและรักษาสันติภาพในภูมิภาค.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



