กรณี ดร.สิริพร ณ ป้อมเพชร อัลภาชน์ และนายสุภรัตน์ อัลภาชน์ โค้ชรักบี้ทีมชาติไทย แม่และพ่อ มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ สามี เจนี่-อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ดาราสาวชื่อดัง แจ้งความ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินคดีเพจเฟซบุ๊กชื่อ สัพเพเหระ all about ไอ้แบ้และอิปลวก ที่นำภาพครอบครัวเจนี่ไปตัดต่อแล้วโพสต์มีคนเข้าไปแสดงความเห็นในลักษณะบูลลี่ คุกคาม น้องโนล่า โดยทาง บก.ปอท.ตรวจสอบพบผู้กระทำเข้าข่ายผิดกฎหมาย 10 ราย จึงออกหมายเรียกมาพบบ้างแล้วบางราย ก่อนนำหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ที่ไม่มาตามหมายเรียก ก่อนสามารถจับกุม น.ส.อรทัย (สงวนนามสกุล) 1 ใน 10 ผู้กระทำผิดแล้ว 1 ราย ที่ จ.ยโสธร นำตัวส่งดำเนินคดี สน.วังทองหลาง ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ลูกใครก็รัก! ‘พ่อมิกกี้’พร้อมคุยแอดมิน-ลูกเพจ มีอะไรแค้นใจครอบครัว?

ความคืบหน้า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ธ.ค. ที่ สน.วังทองหลาง ดร.สิริพร และ นายสุภรัตน์ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อยืนยันเอาผิด น.ส.อรทัย ผู้ต้องหา โดยทั้งสองคนได้ติดต่อขอเข้าไปพบพูดคุยกับผู้ต้องหาในห้องขัง ก่อนออกมา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปีที่แล้วมีผู้ส่งเนื้อหาเพจมาให้ซึ่งพยายามไม่ให้ลูกเห็น กระทั่งมีการนำภาพหลานสาวมาโพสต์ในเพจอีก และมีการใช้คำพูดรุนแรงมาก รวมถึงมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานทำให้ครอบครัวเครียด โดยเฉพาะตนนอนไม่หลับ จึงตัดสินใจแจ้งความ ข้อหาหมิ่นประมาท จนทราบตัวผู้กระทำผิดหลายราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง บางรายก็มีลูกอีกด้วย ที่ผ่านมามีการออกหมายเรียกมาแล้วประมาณ 5-6 ราย ซึ่งจากการพูดคุยนั้น เหตุผลที่กระทำดังกล่าว เป็นเพราะว่าเห็นคนอื่นทำจึงทำด้วย ซึ่งตนไม่เข้าใจเหตุผล ส่วนผู้ดูแลเพจดังกล่าว ทาง ปอท.สันนิษฐานว่าอาจอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ที่ผ่านมามีคนติดต่อมาขอโทษตนโดยไม่เปิดเผยตัว ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเจ้าของเพจหรือไม่ แต่ยืนยันว่าคำขอโทษนั้นไม่เพียงพอ

ตามจับเกรียนคีย์บอร์ดร่วมกันบูลลี่น้องโนล่า ลูกสาว”เจนี่”ได้แล้ว1ราย

ดร.สิริพร เผยอีกว่า ส่วนผู้ต้องหารายนี้เป็นรายแรกที่มีการออกหมายจับ เนื่องจากไม่เดินทางมาพบตำรวจตามหมายเรียก เมื่อเจอหน้ากัน ผู้ต้องหาได้ยกมือไหว้ขอโทษ และบอกว่าไม่ใช้เจ้าของเพจ เป็นเพียงลูกเพจที่เข้าไปคอมเมนต์ จึงถามว่าทำไปทำไม ผู้ต้องหาตอบว่า เห็นเพื่อนด่าเลยด่าด้วย ซึ่งคำตอบดังกล่าวมันง่ายไป ไม่สามารถเยียวยาจิตใจอะไรได้เลย ไม่คุ้มเลยที่จะทำอย่างนี้ เพราะอายุความของคดีนี้มีถึง 10 ปี เทศกาลปีใหม่แทนที่จะได้อยู่กับครอบครัวที่บ้าน แต่ต้องมาอยู่ในห้องขัง ซ้ำยังไม่ได้ประกันตัว วันนี้ถือว่าได้มาทำหน้าที่พ่อแม่ และ ปู่ย่า ปกป้องครอบครัวของลูก ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายคนที่เข้ามาติดต่อไกล่เกลี่ยหลายราย ซึ่งคนที่เข้าพูดคุยจะไม่ออกหมายจับ แต่คนที่ไม่เข้ามาก็ให้ว่าไปตามกฎหมาย ยืนยันไม่ได้ต้องการเงินทอง หรืออะไรทั้งนั้น