“ช้างศึก” ทีมชาติไทย เตรียมลงสนามพบ ทีมชาติสิงคโปร์ ในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “อาเซียน ฮุนไดคัพ 2026” เกมแรกที่ จาลันเบซาร์ สเตเดียม วันเสาร์ที่ 15 ส.ค.69 เวลาไทย 20.00 น. ก่อนกลับมาเตะที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18 ส.ค.69 เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทรูวิชั่นส์ นาว

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.69 ทีมชาติไทย ลงซ้อมตามปกติ ในช่วงบ่าย ตามกำหนดการแล้ว จะซ้อมอีกในช่วงเช้าวันที่ 13 ส.ค. ก่อนที่ช่วงเย็นวันเดียวกัน ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ไปท่าอากาศยานนานาชาติชางงี ประเทศสิงคโปร์

และเมื่อเตะนัดแรกวันที่ 15 ส.ค.69 แล้ว จะเดินทางกลับถึงดอนเมือง ช่วงเย็นวันที่ 16 ส.ค.69 เตรียมชี้ชะตานัด 2 วันที่ 18 ส.ค.69

ทีมชาติไทย อันดับ 94 ของโลก เป็นแชมป์รายการนี้ 7 สมัย ฟอร์มรอบแรก บุกชนะลาว 5-0, เปิดบ้านชนะ มาเลเซีย 2-0, ออกไปเฉือน ฟิลิปปินส์ 1-0 ก่อนกลับมาชนะ เมียนมา 2-0 ยังไม่เสียประตูให้ใคร

ส่วน สิงคโปร์ อันดับ 148 ของโลก แชมป์ 4 สมัย มากเป็นอันดับ 2 แต่ก็ได้ล่าสุดเมื่อปี 2012 หรือ 14 ปีที่แล้ว ผลงานรอบแรกชนะ 2 เกม บุกชนะ กัมพูชา 2-1, เปิดบ้านชนะ ติมอร์เลสเต 2-0, บุกเจ๊า เวียดนาม 0-0 และเล่นในบ้านเสมอ อินโดนีเซีย 1-1

เกมนี้ทีมชาติไทย จะได้นักเตะครบ ไม่มีใครเจ็บ หรือติดโทษแบน คาดว่า แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าโค้ช จะยึดชุดที่เตะ 2 นัดแรกที่ชนะ ลาว กับ มาเลเซีย อาทิ ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, เซ็นเตอร์แบ๊ก ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, คคนะ คำยก, เสกสรรค์ ราตรี คู่หน้า ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, ยศกร บูรพา ขณะที่ พาตริก กุสตาฟส์สัน ที่เข้าแคมป์รายล่าสุด ก็เป็นทางเลือก

ส่วน สิงคโปร์ คุมทีมโดย กาวิน ลี โค้ชหนุ่มวัยแค่ 35 ปี ในทีมนี้ มีนักเตะที่คุ้นเคยกับไทยลีก อย่าง กองหลัง ไรฮาน สจวร์ต, กองกลาง แฮรีส สจวร์ต, อิรฟาน ฟานดี, อิลฮาน ฟานดี รวมทั้ง ซอง อุย ยัง มิดฟิลด์สายเลือดเกาหลีใต้, เคียวโกะ นากามูระ กองกลางญี่ปุ่น ล้วนเคยเล่นในไทยทั้งนั้น

สำหรับสถิติคู่นี้ เจอกัน 10 ครั้งหลังสุด ทีมชาติไทย ชนะรวด ล่าสุดเจอกันในเกมอุ่นเครื่อง เมื่อกลางเดือน พ.ย.68 ไทย ชนะ 3-2 ที่ธรรมศาสตร์สเตเดียม ซึ่งเกมนั้นเป็นเกมประเดิมคุมทีมชาติไทยของ แอนโธนี ฮัดสัน ด้วย

โดย 2 จาก 3 ประตูในเกมดังกล่าวของไทย มาจาก สารัช อยู่เย็น กับ เสกสรรค์ ราตรี ที่อยู่ในทีมอาเซียนคัพด้วย ส่วน 2 ประตูของ สิงคโปร์ จาก เกล็นน์ เกว ที่อยู่ในชุดนี้เช่นกัน

นัดล่าสุดที่ สิงคโปร์ ชนะไทย ต้องย้อนไปเมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2012 ศึกอาเซียนคัพ รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก สิงคโปร์ เปิดบ้านชนะ 3-1 กุมความได้เปรียบ ก่อนมาบุกแพ้ ไทย 0-1 แต่ดีพอให้ สิงคโปร์ ได้แชมป์สมัย 4

ในเรื่องสถิตินี้ กาวิน ลี โค้ชสิงคโปร์ กล่าวว่า สถิติที่สิงคโปร์เป็นรอง คือความท้าทาย แต่ไม่ได้ทำกระทบต่อสภาพจิตใจ

“สถิตินั้นเป็นเพียงแค่การฉายภาพให้เห็นถึงความท้าทายที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่ได้เปลี่ยนแนวทางและสภาพจิตใจของเรา ในฐานะทีม เรารู้ดีว่าจุดแข็งของเราคือความร่วมมือกันเป็นทีม เราเติบโตขึ้นในรายการนี้ และความไว้เนื้อเชื่อใจรวมถึงความเชื่อมั่นของเราแน่วแน่ขึ้นอย่างแน่นอน” โค้ชสิงคโปร์ กล่าว.