สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นวีเมน) ระบุว่า ในขณะที่กลุ่มตาลีบันเตรียมจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 5 ปี ของการกลับมามีอำนาจในสัปดาห์นี้ อัฟกานิสถานยังคงเป็นประเทศเดียวในโลก ที่สั่งห้ามเด็กหญิงเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา และในมหาวิทยาลัย
ยูเอ็นวีเมนกล่าวว่า เป็นเวลา 5 ปีแล้วนับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันเข้ายึดอำนาจในเดือน ส.ค. 2564 พวกเขาได้ลิดรอนสิทธิของประชากรครึ่งหนึ่งของอัฟกานิสถานอย่างเป็นระบบ ทำให้กลายเป็นประเทศที่มีสถานการณ์แตกต่างจากนานาประเทศอย่างสิ้นเชิง และไม่มีที่ใดในโลกยุคใหม่เป็นเช่นนี้
ด้านนายไซฟ์-อุล-อิสลาม ไคเบอร์ โฆษกกระทรวงส่งเสริมคุณธรรมและป้องกันความชั่วร้ายของกลุ่มตาลีบัน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บังคับใช้กฎระเบียบต่าง ๆ ของรัฐบาลเกี่ยวกับสตรี โต้แย้งว่า รายงานที่ระบุว่าสตรีรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะออกจากบ้านนั้น “ไม่เป็นความจริง” พร้อมยืนยันว่า สตรีในประเทศสามารถเข้าถึงสิทธิของตนได้ครบถ้วน
Half of Afghan women rarely leave home as Taliban restrictions deepen, UN agency says https://t.co/jG7RhmWzhZ https://t.co/jG7RhmWzhZ
— Reuters (@Reuters) August 12, 2026
องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ระบุว่า กลุ่มตาลีบันได้สั่งห้ามเด็กหญิงชาวอัฟกันราว 2.4 ล้านคน ไม่ใหเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา นับตั้งแต่เมื่อปี 2564
ขณะที่ยูเอ็นวีเมนระบุว่า นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจ ทางการตาลีบันได้ออกคำสั่งมากกว่า 100 ฉบับ ที่มุ่งเป้าไปที่สตรีและเด็กหญิง ซึ่งเป็นการสร้างระบบการเลือกปฏิบัติ และซ้ำเติมวิกฤติด้านสิทธิสตรี “ที่รุนแรงที่สุดในโลก”
สตรีมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ได้รับการสำรวจโดยหน่วยงานของสหประชาชาติระบุว่า พวกเธอออกจากบ้านเพียงเดือนละ 2 ครั้ง หรือน้อยกว่านั้น ในขณะที่เกือบ 3 ใน 4 ระบุว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะออกไปข้างนอก โดยไม่มีผู้ดูแลที่เป็นเพศชาย หรือที่เรียกว่า “มะห์รอม”.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



