เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) จัดเวทีแถลงข่าวและเสวนาในหัวข้อ “ปลดใบเหลืองติดใบแดง ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ ปีศาจในประมงไทย คือใคร?” สะท้อนปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการจัดการแรงงานข้ามชาติบนเรือประมง พร้อมฉายคลิปวีดีโอสั้นตีแผ่ความจริง “เปิดวงจรปีศาจ: อุตสาหกรรมแสนล้าน แลกชีวิตแรงงานด้วยเงิน 2,000 บาท” และ “วงจรปีศาจแรงงานประมง: บาดแผล หนี้สิน และภาพลวงตาสากล” ชี้ชัดปัญหาแรงงานประมงกำลังลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับชาติ

น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน ได้ขึ้นกล่าวถึงทิศทางนโยบายของภาครัฐ โดยยอมรับว่าอุตสาหกรรมประมงมักถูกมองว่าเป็นกล่องดำที่ตรวจสอบยาก โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานค่าจ้าง ซึ่งขณะนี้สมาคมประมงได้เสนอขอจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสด เนื่องจากข้อจำกัดในการจ้างแรงงานข้ามชาติ ซึ่งกระทรวงฯ เตรียมนำเรื่องนี้หารือกับรัฐมนตรีเพื่อหาทางออก สำหรับวิกฤติขาดแคลนแรงงาน กระทรวงฯ ได้ต่ออายุ MOU แรงงาน 3 สัญชาติไปแล้ว และเตรียมขยายตลาดใหม่โดยเจรจาทำ MOU กับศรีลังกา เตรียมนำร่องนำเข้าแรงงาน 1 หมื่นคน รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาบังกลาเทศและเนปาล

นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับข้อกีดกันทางการค้าโลก (FTA, OECD, US 301) กระทรวงแรงงานได้ตั้ง คณะกรรมการจัดการเรื่องแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกรมศุลกากร โดยใช้ตัวชี้วัดแรงงานบังคับ 11 ประการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มาสกัดกั้นไม่ให้สินค้าไทยเกี่ยวพันกับแรงงานบังคับ พร้อมทิ้งท้ายว่าปีศาจร้ายที่แท้จริงคือการทำงานแบบต่างคนต่างทำ 2 ซึ่งรัฐบาลชุดนี้พร้อมเปิดโต๊ะหารือร่วมกับทุกฝ่าย

ด้านนายนัฐวุฒิ กาเซ็ม เจ้าหน้าที่อาวุโส มูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม (EJF) เผยข้อมูลการศึกษาปี 2567-2569 จากการสัมภาษณ์ชาวประมง 238 คน บนเรือ 90 ลำ พบข้อบ่งชี้แรงงานบังคับอื้อซ่า โดย 98% ถูกยึดเอกสารประจำตัว สภาพการทำงานและอยู่อาศัยที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากล และชั่วโมงการทำงานที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาสิทธิมนุษยชน แต่คือ “ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ” เพราะปี 2567 ไทยส่งออกอาหารทะเลมูลค่ากว่า 8.8 หมื่นล้านบาท โดยกว่า 69.4% ส่งไปยังตลาดที่เข้มงวดเรื่องสิทธิมนุษยชน การเจรจา FTA ไทย-อียู หรือการนำเข้าสินค้าของยุโรป ล้วนถูกผูกติดกับกฎระเบียบการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ต่อมาเป็นการเสวนาหลักในหัวข้อ “ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์: ปีศาจในประมงไทยคือใคร” ได้มีการเปิดโปง ปีศาจ 3 ตัว ตัวที่เกาะกินอุตสาหกรรมนี้ โดย น.ส.นาตยา เพชรัตน์ ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา – Stella Maris กล่าวว่า กล่าวถึงปีศาจตัวที่ 1 ปีศาจแห่งการงานอันตราย แม้มีกฎหมายบังคับให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยบนเรือ แต่รัฐขาดการสนับสนุนทักษะ ทำให้ลูกเรือใช้อุปกรณ์ไม่เป็น เช่น ทำ CPR ไม่เป็นเมื่อมีคนตกน้ำ กฎหมายกองทุนเงินทดแทนมีช่องโหว่และขาดการประชาสัมพันธ์ แรงงานต้องอยู่ด้วยความเครียดเพราะขาดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว

น.ส.ณีรนุช จิตต์สม รองประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) กล่าวถึง ปีศาจตัวที่ 2 ปีศาจแห่งอำนาจที่ไม่เท่าเทียม และอคติ ว่า

ปีศาจร้ายที่สุดคืออคติและการเหยียดเชื้อชาติรัฐบาลพยายามผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งมีเงื่อนไขต้องเคารพสิทธิแรงงาน แต่ไทยกลับเพิกเฉยต่อการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเป็นอนุสัญญาที่เกี่ยวกับสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองโดยอ้างเรื่องความมั่นคง สสรท. จึงได้ยื่นหนังสือต่อตัวแทน OECD เรียกร้อง 5 ประเด็นเพื่อกดดันให้ไทยแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานอย่างจริงจัง

ขณะที่นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน และกรรมาธิการแรงงาน กล่าวถึง ปีศาจตัวที่ 3 “ปีศาจแห่งกฎหมายและระบบ” โดยยืนยันว่าปีศาจคือทั้งระบบกฎหมายมีช่องโหว่ การบังคับใช้ล่าช้าและยุ่งยาก ระบบการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติสร้างภาระค่าใช้จ่ายและเปิดช่องทุจริต หากกระทรวงแรงงานไม่จริงจัง ปัญหานี้จะลุกลามไปทำลายความเชื่อมั่นในเวทีการค้าโลก โดยเฉพาะการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป รัฐบาลมีความกลัวเกินเหตุในการรับรองมาตรฐานสากล

ในช่วงท้ายนายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่าย MWG สรุปว่า ปีศาจไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง หรือเรือลำใดลำหนึ่ง แต่คือความล่าช้า อืดอาด และความซับซ้อนของระบบที่สร้างภาระหนี้สินให้แรงงาน ล่าสุดคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของ ILO ได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยชี้แจงข้อกังวลในการปฏิบัติตามอนุสัญญา C188 แต่ไทยยังคงประวิงเวลา ซึ่งส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือ ทางเครือข่ายฯ จึงได้ยื่นข้อเสนอ 5 ประการต่อรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ดังนี้ 1. ยกระดับกฎหมายคุ้มครองแรงงานประมง ให้สอดคล้องกับอนุสัญญา ILO C188 โดยต้องไม่ลดทอนมาตรฐานเดิม 2. เพิ่มการเข้าถึงประกันสังคมและการรักษาพยาบาล แก่แรงงานประมงให้ได้มาตรฐานสากล 3. รับรองสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรอง โดยให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 พร้อมแก้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 4. กำหนดมาตรการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้า (เช่น FTA ไทย-อียู) 5. จัดทำแผนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างยั่งยืน โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

“หากประเทศไทยต้องการเป็นผู้นำด้านการประมงที่ยั่งยืน ปีศาจเหล่านี้ต้องถูกกำจัดด้วยการปฏิรูปกฎหมาย การบังคับใช้ที่จริงจัง และเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน” นายอดิศร กล่าว

จากนั้น ผู้ร่วมเสวนาและเครือข่ายภาคประชาสังคมได้ร่วมกันชูป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ เพื่อส่งสารสะท้อนไปยังภาครัฐอย่างชัดเจนว่า “ปีศาจในอุตสาหกรรมประมงไทย คือ ระบบการบริหารจัดการ”