ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาหมุนเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว สถาบันการศึกษาของไทยต่างเร่งเครื่องทำ Digital Transformation เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเรียนการสอนและการบริหารจัดการองค์กร 

แต่รู้หรือไม่ว่า การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกดิจิทัลกลับพา ภาคการศึกษาไปพบกับโจทย์ใหญ่อีกข้อ นั่นคือการเติบโตของ “ข้อมูล” มหาศาลที่สะสมอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ผู้บริหารไม่อาจมองข้าม

ซึ่งข้อมูลจาก IBM ระบุว่า ภาคการศึกษาติดอยู่ใน 10 อุตสาหกรรมที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์

 โดยแรนซัมแวร์และแอดแวร์เป็นรูปแบบการโจมตีสำคัญ ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของสถาบันการศึกษาอยู่ที่ 3.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเหตุการณ์ หรือกว่า 130 ล้านบาท สะท้อนว่าความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่ที่ระบบไอที แต่ยังอาจกระทบงบประมาณ การดำเนินงาน และความเชื่อมั่นของนักศึกษา ผู้ปกครอง และบุคลากร

“รหัท บุญตันจีน” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด  ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย และซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล บอกว่า  ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สถาบันการศึกษาไทยนำระบบดิจิทัลมาใช้อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ระบบบริหารจัดการนักศึกษา แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ เครื่องมือทำงานร่วมกัน จนถึงระบบกล้องวงจรปิด ทำให้ข้อมูลมีทั้งปริมาณ ความหลากหลาย และความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขยายพื้นที่จัดเก็บจึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคของฝ่ายไอทีอีกต่อไป แต่มันคือการบริหารข้อมูลในฐานะ “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ขององค์กร 

โดย วงการศึกษาไทยกำลังเผชิญ จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูล สถาบันการศึกษาไทยกำลังเผชิญกับ 3 ความท้าทายสำคัญ ได้แก่

1. ต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น การขยายตัวของระบบดิจิทัลทำให้สถาบันการศึกษามีข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากระบบบริหารจัดการนักศึกษา สื่อการเรียนการสอน งานวิจัย เอกสารภายในองค์กร และวิดีโอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอดีตการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอาจเป็นเพียงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ปัจจุบันองค์กรจำเป็นต้องมองภาพรวมมากขึ้น ทั้งต้นทุนระยะยาว ความสามารถในการขยายระบบ และประสิทธิภาพในการบริหารข้อมูล สำหรับสถาบันที่มีนักศึกษา บุคลากร และผู้ใช้งานจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายด้าน Cloudและระบบจัดเก็บข้อมูลอาจกลายเป็นต้นทุนระยะยาวที่ต้องบริหารอย่างมีกลยุทธ์

2. การควบคุมข้อมูลและความพร้อมด้าน PDPA ข้อมูลนักศึกษา ผลการเรียน ข้อมูลบุคลากร งานวิจัย ภาพและวิดีโอจากระบบกล้องวงจรปิด ตลอดจนข้อมูลภายในองค์กร ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม ภายใต้แนวทาง Data Governance องค์กรจำเป็นต้องมีระบบที่ช่วยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล บันทึกประวัติการใช้งาน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ การบริหารข้อมูลที่ดีจึงไม่ใช่เพียงการมีพื้นที่จัดเก็บเพียงพอ แต่หมายถึงการทำให้องค์กรสามารถ ควบคุมข้อมูลของตนเอง มีความโปร่งใสในการบริหาร และตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ภัยไซเบอร์และความสามารถในการฟื้นตัวขององค์กร ภัยคุกคามไซเบอร์โดยเฉพาะ Ransomware กลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญขององค์กรทุกประเภท รวมถึงสถาบันการศึกษา ในโลกที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้น องค์กรจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ระบบอาจได้รับผลกระทบ

“แนวคิด Cyber Resilience จึงมีบทบาทสำคัญ โดยมุ่งเน้นให้องค์กรสามารถ มีข้อมูลสำรองที่เชื่อถือได้สามารถกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดผลกระทบต่อการเรียนการสอนและการดำเนินงาน และรักษาความต่อเนื่องขององค์กร เมื่อทั้งสามความท้าทายเกิดขึ้นพร้อมกัน การลงทุนด้าน Data Infrastructure จึงไม่ใช่เพียงงบประมาณของฝ่ายไอที แต่เป็นการลงทุนเพื่อควบคุมต้นทุน รักษาความต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงระดับองค์กร”

คำถามของสถาบันการศึกษาในวันนี้จึงเปลี่ยนจาก “จะเก็บข้อมูลไว้ที่ใด” ไปสู่ “จะบริหารข้อมูลอย่างไรให้ปลอดภัย ควบคุมได้ และสร้างคุณค่า” การยกระดับ Data Governance จึงต้องกลายเป็นวาระระดับผู้บริหาร ซึ่งครอบคลุมมากกว่าแค่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA แต่ต้องระบุตำแหน่งที่ตั้งข้อมูล กำหนดสิทธิ์ และพร้อมกู้คืนระบบตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล

การเลือกใช้ On-Premises Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร ถือเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญที่ช่วยให้สถาบันการศึกษาสามารถควบคุมการจัดเก็บ การเข้าถึง และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและงานวิจัยได้โดยตรง ช่วยลดการพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก และวางแผนต้นทุนระยะยาวได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามสำหรับ 4 หลักคิด สำคัญเพื่อเป็นเข็มทิศให้ภาคการศึกษานำไปปรับใช้ ได้แก่:

  • Data Ownership: ควบคุมข้อมูลสำคัญได้ว่าอยู่ที่ไหน ใครเข้าถึงได้
  • Data Governance: มีกรอบจัดการ กำหนดสิทธิ์ และบันทึกประวัติที่ชัดเจน
  • Cyber Resilience: มีระบบป้องกัน สำรอง และกู้คืนข้อมูลที่ผ่านการทดสอบพร้อมใช้งาน
  • Sustainable Investment: ประเมินต้นทุนตลอดอายุการใช้งานและรองรับการขยายตัวในอนาคต

อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษาในไทยสะท้อนให้เห็นว่าการวาง Data Infrastructure ที่เหมาะสมสร้างผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน โดยโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง สามารถลดค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์สำรองข้อมูลได้มากกว่า 300,000 บาทต่อปี พร้อมเพิ่มความสามารถในการกู้ระบบเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด 

ขณะที่ มหาวิทยาลัยของรัฐ สามารถรองรับผู้ใช้งานกว่า 40,000 คน ผ่านระบบจัดเก็บและทำงานร่วมกันแบบรวมศูนย์ และ สถาบันการศึกษาเอกชนอีกแห่ง สามารถบริหารกล้องวงจรปิดต่างยี่ห้อมากกว่า 600 ตัว ได้จากศูนย์กลางเดียว ลดความซับซ้อนและยกระดับความปลอดภัยในวิทยาเขต

ปัจจุบัน ความสามารถในการบริหารข้อมูลจะกลายเป็นหนึ่งในขีดความสามารถหลักของการศึกษาไทย  ที่จะช่วยขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันของภาคการศึกษาไทยในระยะยาว.

Cyber Daily