สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) นำคณะผู้บริหารจากธนาคารโลก พร้อมด้วยกรมทางหลวงชนบท กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมประมง และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโครงการก่อสร้าง สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง) และ สะพานเชื่อมเกาะลันตา (จ.กระบี่) เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยยืนยันความพร้อมเริ่มลงมือก่อสร้างได้ภายในปีนี้ เพื่อยกระดับการคมนาคม ควบคู่กับการปกป้องระบบนิเวศทางธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หลังจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้และข้อตกลงรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่ากับธนาคารโลกไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สัญญาเงินกู้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อเปิดทางให้กรมทางหลวงชนบทสามารถลงนามในสัญญาก่อสร้างและเริ่มงานได้ทันทีภายในปี 2569

โครงการก่อสร้างทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวและเป็นเขตอนุรักษ์สำคัญ โดยสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของ “โลมาอิรวดี” สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ส่วนสะพานเชื่อมเกาะลันตาตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอนุรักษ์ทางทะเลที่มีความเปราะบางสูง สบน. จึงได้บูรณาการร่วมกับกรมทางหลวงชนบทและธนาคารโลก จัดเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านในพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมนำข้อเสนอแนะไปปรับใช้ในขั้นตอนการออกแบบเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน

นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังเข้ามาร่วมจัดทำแผนบูรณาการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมตามมาตรฐาน Environmental and Social Standards (ESS) โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 14–20 ตัว ด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและแหล่งอาหารอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หน่วยงานภาคีได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) บังคับใช้มาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมระดับสูงสุดระหว่างการก่อสร้าง อาทิ:

  • ระบบเฝ้าระวังโลมา: ติดตั้งระบบติดตามและเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของโลมาอิรวดีในรัศมีรอบพื้นที่ก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง
  • การควบคุมมลพิษทางน้ำ: ใช้ระบบม่านดักตะกอนเพื่อป้องกันไม่ให้เศษวัสดุหรือดินฟุ้งกระจายจนทำให้น้ำขุ่น ซึ่งจะกระทบต่อทัศนวิสัยในการล่าเหยื่อและแหล่งอาหารของโลมา
  • การป้องกันสารปนเปื้อน: จัดเก็บบริเวณเติมน้ำมันและสารหล่อลื่นของเครื่องจักรอย่างมิดชิดมิดชิดเพื่อป้องกันการรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

การลงพื้นที่ร่วมกันในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและธนาคารโลกในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ที่ไม่เพียงแต่สร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเท่านั้น แต่ยังวางรากฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเคียงคู่กันไปอย่างยั่งยืน