เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ และหลักเกณฑ์ด้านแรงงานรวม 4 ฉบับ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมาย และขยายสิทธิความคุ้มครองให้ครอบคลุมแรงงานหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และกลุ่มลูกจ้างรัฐวิสาหกิจกลุ่มสมรสเท่าเทียม ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการและมาตรฐานแรงงานให้ทันต่อสภาพสังคม และรูปแบบการจ้างงานยุคใหม่
โดยแบ่งสาระสำคัญออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ยกระดับระบบสวัสดิการคนประจำเรือ ผ่านการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดให้นายจ้าง ต้องนำคนประจำเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคม และเงินทดแทนโดยตรง เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณีตามระบบประกันสังคม และได้รับการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน หากประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน นอกจากนี้ ยังกำหนดชัดเจนว่า ห้ามเจ้าของเรือ ให้คนประจำเรืออายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานระหว่าง 22.00-06.00 น. เพื่อคุ้มครองสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน เว้นแต่เป็นการฝึกอบรม หรือการปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
2. ขยายความคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผ่านการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … ให้ครอบคลุมรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล เช่น การรับงานผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งขยายประเภทที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และบริการ นอกจากกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการทำงานที่ 15 ปี และห้ามผู้ว่าจ้างใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 18 ปี หรือหญิงมีครรภ์ในงานเสี่ยงอันตราย ในกรณีจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท นอกจากนี้ ยังวางเกณฑ์อัตราค่าตอบแทนที่เป็นธรรม รวมทั้งเพิ่มโทษหากนายจ้างเบี้ยวเงินหรือคืนหลักประกันล่าช้าต้องจ่ายดอกเบี้ยปรับร้อยละ 15 ต่อปี
3. รับรองสิทธิคู่สมรสลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามหลักสมรสเท่าเทียม ผ่านร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เพื่อปรับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม ทำให้คู่สมรสตามกฎหมายทุกเพศได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทน และค่าทำศพอย่างเท่าเทียม โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากสิทธิค่ารักษาพยาบาลกว่า 12,000 คน
“เป้าหมายของเราคือการปิดทุกช่องว่างทางกฎหมาย และยกระดับสวัสดิการของแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งการรับรองสิทธิที่เท่าเทียมและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ทั้งเยาวชน ผู้รับงานอิสระ และคู่สมรสทุกเพศ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” นายจุลพันธ์ กล่าว



