นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพ รวมทั้งการบริการที่ครบวงจร พร้อมมุ่งมั่นสู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต ภายใต้แนวคิด Longevity Economy ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด และเราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพการเข้าถึงบริการสุขภาพ ที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว และลดภาระทางการเงิน อันเป็นหัวใจของการสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าทุกคน ดังนั้นเมื่อเกิดการเจ็บป่วย สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที เราไม่อยากให้เรื่องค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการใช้สิทธิ หรือการต้องเตรียมเงินก้อนล่วงหน้า กลายเป็นอุปสรรคในช่วงเวลาที่ลูกค้าและครอบครัวกำลังกังวลกับเรื่องสุขภาพ”
ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ได้เดินหน้ายกระดับบริการยื่นเคลมการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ผ่านระบบเครดิตคู่สัญญา (Cashless Claim) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใต้วงเงินความคุ้มครองตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมผนึกกำลัง บริษัท ไวท์พลาย จำกัด ผู้ให้บริการระบบเบิกจ่ายประกันสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล (iClaim) เสริมความแข็งแกร่งบริการยื่นเคลมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายในเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐขึ้นไปอีกขั้น ควบคู่ไปกับบริการตรวจสอบสิทธิและอำนวยความสะดวกด้านการเคลมที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจได้อย่างเต็มที่ในยามที่เจ็บป่วย
ทั้งนี้ iClaim หรือ ระบบเบิกจ่ายประกันสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับกระบวนการเคลมประกันให้มีความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโรงพยาบาล และขยายสิทธิประโยชน์ในการรักษาอย่างครอบคลุม ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่ดีขึ้นและโรงพยาบาลสามารถจัดการเคลมประกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้สิทธิผ่านระบบ iClaim โรงพยาบาลจะประสานข้อมูลค่ารักษาพยาบาลและเอกสารทางการแพทย์กับบริษัทประกันโดยตรง เพื่อพิจารณาสิทธิตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ลูกค้าจึงไม่ต้องเตรียมเงินออม เงินสำรองฉุกเฉิน หรือวงเงินบัตรเครดิตมาชำระค่ารักษาล่วงหน้า รวมถึงไม่ต้องรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นเบิกเงินคืนภายหลัง ช่วยลดขั้นตอนและความกังวลในช่วงเวลาที่ควรให้ความสำคัญกับการรักษาอย่างเต็มที่
ปัจจุบันมีโรงพยาบาลรัฐที่เชื่อมต่อระบบ iClaim จำนวน 400 กว่าแห่ง อาทิ โรงพยาบาลลำปาง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลระยอง โรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลร้อยเอ็ด โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลสกลนคร โรงพยาบาลอุดรธานี โรงพยาบาลชัยภูมิ โรงพยาบาลสุรินทร์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลศรีสะเกษ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นต้น



