นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้เร่งขับเคลื่อนการทำงานตาม พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตและการให้บริการของหน่วยงานรัฐเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว ลดดุลพินิจในการพิจารณาและโปร่งใส โดยกรมป่าไม้ได้มีการจัดโครงการประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศ โดยมี ดร.พงศ์พยัคฆ์ ศรียา รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำหลักเกณฑ์และกฎหมายดังกล่าวมาใช้เพื่อลดขั้นตอนและภาระที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การยกระดับงานบริการครั้งนี้ กรมป่าไม้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนที่เปรียบเสมือนแผนที่นำทางระบุหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอน ระยะเวลา และค่าธรรมเนียมไว้อย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายงดสำเนาตามแนวทางรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อลดภาระให้กับประชาชนไม่ต้องสำเนาเอกสารสำเนาบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านมาเอง ซึ่งหากมีความจำเป็นเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้จัดทำสำเนาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังปรับกระบวนการตรวจเอกสารให้แล้วเสร็จในครั้งเดียว โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้อง หากพบข้อบกพร่องจะแจ้งให้ทราบทั้งหมดในคราวเดียว ทั้งนี้ หากขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตเกิดความล่าช้าเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด จะมีมาตรการให้เจ้าหน้าที่ต้องส่งหนังสือแจ้งเหตุผลความล่าช้าให้ประชาชนรับทราบตามกรอบเวลาที่กำหนดจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องและติดตามสถานะการดำเนินงานได้อย่างสะดวกสบายผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในที่เดียว

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการปฏิรูประบบบริหารราชการที่สำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตระหนักถึงหน้าที่ในการเป็นผู้ให้บริการและช่วยเหลือประชาชน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนและเวลาของประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความโปร่งใส และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

กรมป่าไม้จะมุ่งพัฒนาการให้บริการโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด” อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว