เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่รัฐสภา นายราเชน ตระกูลเวียง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะ กมธ.การทหาร สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายสงกาญ์  อัจฉริยะทรัพย์ หรือทนายสงกาญ์ ทนายความและนักกฎหมายชื่อดัง เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ใบ ป.3) 

นายสงกาญ์ กล่าวว่า หลักกฎหมายมหาชนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กำหนดให้รัฐไม่อาจออกกฎหมายข้อบังคับที่เป็นการละเมิดสิทธิของพลเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่ได้ เพื่อขอให้มีและใช้อาวุธปืนในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตน แต่ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการระงับยับยั้ง ซึ่งเป็นการก้าวล่วงนิติบัญญัติตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้นายกฯ ยังมีนโยบาย เรื่องการขอต่อใบอนุญาตอาวุธปืน (ใบ ป.4) ทุกๆ 3 ปี ซึ่งเป็นการย้อนหลังเหมือนกฎหมายอาวุธปืนมาตรา 21 พ.ศ. 2477 ถึง 92 ปี แปลว่าไม่ทันสมัย และจากการรวบรวมสถิติใบ ป.4 ที่ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายมีประมาณ 6,200,000 กระบอก จึงถือเป็นความเดือดร้อน การที่ให้มาต่ออายุใบ ป.4 ทุก 3 ปี

ส่วนมาตรการของรัฐที่มีการเรียกเก็บอาวุธปืนและใบอนุญาต ป.4 จากเจ้าพนักงาน ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังทำประชาพิจารณ์อยู่นั้น ปรากฏว่าประชาชนที่มีใบ ป.4 ขานรับพร้อมส่งข้อความกันมาเต็มเป็นอักษรย่อคำว่า ค. ทั้งนั้น เพราะเขาเห็นว่าปืนเขาซื้อมาถูกต้องตามกฎหมาย ใบอนุญาต ป.4 ใช้ได้ตลอดเวลาของการครอบครองอาวุธปืน แต่ปรากฏว่าจะมีการเรียกเก็บไว้เป็นการชั่วคราว ถามว่าปืนกว่า 6 ล้านกระบอก นายกรัฐมนตรีมีมาตรการที่จะดำเนินการอย่างไร

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังบอกกับประชาชนไม่ครบถ้วนถึงใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืนตามมาตรา 7 อยู่ตลอดเวลาสำหรับผู้ครอบครองอาวุธปืน ส่วนมาตรา 8 (ทวิ) ของ พ.ร.บ.อาวุธปืน ในกรณีที่เราไม่มีใบอนุญาตพกพาหรือใบ ป.12 เราสามารถใช้มาตรา 8 ได้ กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์

เห็นควรยื่นเรื่องนี้ต่อประธานรัฐสภา และ กมธ.การทหาร เพื่อให้นำเรื่องนี้ขึ้นอภิปรายและระงับยับยั้ง อีกทั้งในวันที่ 24 ส.ค. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้นัดให้ตนไปชี้แจง เพื่อประกอบการพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เอาผิดนายกรัฐมนตรี ที่ออกกฎหมายละเมิดสิทธิของพลเมือง ฉะนั้น ฝากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกกฎหมายย้อนหลังไป 92 ปี หากจะกลับไปใช้คงต้องฝากนายปกรณ์ ให้ทบทวนเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งกระทบฐานเสียงทั้งหมดของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล และการที่ท่านมีมาตรการที่จะระงับใบ ป.4 ที่ประชาชนซื้อมากระบอกละเป็นแสน เอามาเก็บรักษาไว้ชั่วคราว ตนขอถามว่ามีประชาชนคนใดจะมอบให้

จากนั้นนายสงกาญ์ ได้หยิบกรงที่มีหนูด้านใน พร้อมทั้งหยิบหนูขึ้นมาโชว์ และกล่าวว่า ตนขอตั้งฉายารัฐบาล “หนูไขลาน” คือเรื่องที่นายกฯ ควรทำ แต่นายกฯ กลับไม่ทำ แทนที่จะทำปัญหาออนไลน์เว็บพนัน อาวุธปืนเถื่อน ที่ตนต้องออกมาบอก เพราะกระทบกับกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ นายกฯ ที่ต้องใช้อำนาจในฝ่ายบริหารก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติ ไปสั่งระงับยับยั้งเรื่องปืน ทั้งที่นายกฯ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ตนได้รับเรื่องร้องเรียนเยอะมาก

ก่อนที่นายสงกาญ์ จะนำหนู 3 ตัวให้นายราเชน นำไปมอบให้ประธานรัฐสภา ซึ่งหนู 3 ตัวเป็นตัวแทนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปกรณ์ และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และได้ไขลานหนูทั้ง 3 ตัวปล่อยลงบนพื้น เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์