เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “City Transportation” ในงาน “Climate Citizen: เมืองนี้เราลิขิต เศรษฐกิจแห่งความหวัง” ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน เขตปทุมวัน
นายชัชชาติ กล่าวว่า ความยั่งยืน คือการไม่นำทรัพยากรของคนรุ่นใหม่ในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน และต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งอากาศ น้ำ ตลอดจนงบประมาณ ซึ่งเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในเมืองโดยตรง
ปัญหา Climate Change ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งฝนตกหนักแบบ Rain Bomb และสภาพอากาศร้อนจัดจาก Urban Heat ล้วนเป็นความเสี่ยงที่กรุงเทพฯ ต้องรับมือ ขณะเดียวกัน คำอย่าง Net Zero หรือ Carbon Neutral อาจยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กและประชาชนที่ต้องให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตในแต่ละวัน

ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการทำให้เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่เป็นเรื่องใหญ่ กลายเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ในระดับปีและระดับชุมชน เช่น เป้าหมายระยะสั้นของกรุงเทพฯ ที่ต้องการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 3 ต่อปี แล้วเปลี่ยนเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นกิจกรรมที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้จริง เพราะทุกกิจกรรมเล็ก ๆ เมื่อรวมกันจะสร้างผลกระทบในระดับเมืองได้
นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า กทม.เดินหน้าหลายโครงการเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ โครงการไม่เทรวม รถเก็บขนขยะไฟฟ้า (EV) หรือนโยบายเมืองเดินได้ โดยปรับปรุงทางเท้าแล้วประมาณ 1,000 กิโลเมตร พัฒนาทางเชื่อม Covered Walkway สะพานเขียว และ Skywalk รวมถึงทาสีทางเดินในซอย และปรับปรุงทางม้าลาย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Bike Sharing การปรับลดความเร็วรถยนต์ การเปลี่ยนหลอดไฟทางเป็น LED เพื่อลดการใช้พลังงาน ในด้านพื้นที่สีเขียว กทม. เดินหน้าโครงการสวน 15 นาที ปัจจุบันมีสวนขนาดเล็กกระจายทั่วเมืองประมาณ 530 แห่ง พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ดินนำพื้นที่ว่างมาให้ กทม. ใช้พัฒนาเป็นพื้นที่สวนเพื่อประโยชน์สาธารณะ โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ซึ่งปัจจุบันปลูกแล้วประมาณ 2.6 ล้านต้น รวมถึงมีแผนเพิ่มสวนป่าล้อมเมืองอีก 6 แห่ง และเปลี่ยนพื้นที่บ่อขยะอ่อนนุชเป็นสวนป่า
“เชื่อว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเรามีความมุ่งมั่นและร่วมมือกัน เมืองจะดีขึ้น อนาคตจะยั่งยืน และเราอยากให้เมืองนี้สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับงาน “Climate Citizen: เมืองนี้เราลิขิต เศรษฐกิจแห่งความหวัง” จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งนี้ งานในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของงาน Bangkok Climate Action Week 2026 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 3–11 ต.ค.69 ซึ่งมีเป้าหมายเปลี่ยนประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องที่สร้างสรรค์และจับต้องได้สำหรับทุกคน.



