เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สถานการณ์การหลอกลวงประชาชนผ่านขบวนการสแกมเมอร์ ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่ามาตรการป้องกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการสแกนใบหน้า อาจยังไม่เพียงพอต่อการรับมือกับรูปแบบการหลอกลวงที่เปลี่ยนแปลงไป ตนขอเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเพิ่มมาตรการควบคุมการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร โดยกำหนดให้ธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ต้องถูกพักรายการไว้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบว่าการโอนเงินดังกล่าวเป็นธุรกรรมที่ถูกต้องหรือเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงหรือไม่
มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสกัดเงินของผู้เสียหายก่อนที่เงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่นหรือถูกถอนออก และจะช่วยลดทั้งจำนวนคดีและมูลค่าความเสียหายจากการถูกหลอกลวง โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการ หากเป็นเงินที่เกิดจากการหลอกลวงของสแกมเมอร์ ก็จะสามารถระงับเงินดังกล่าวและติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้” นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า หากประชาชนมีความจำเป็นต้องโอนเงินจำนวนมากอย่างเร่งด่วน สามารถเลือกดำเนินการโอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารแทน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้โดยตรง
นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการที่ ธปท. นำระบบ AI มาใช้ตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง แม้จะเป็นมาตรการที่ช่วยคัดกรองธุรกรรมผิดปกติ แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังพบประชาชนตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อปิดช่องโหว่และเพิ่มโอกาสในการระงับเงินก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาออกระเบียบหรือแนวทางที่เปิดทางให้ ธปท.ใช้มาตรการพักรายการโอนเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปเป็นเวลา 6 ชั่วโมง เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกในการป้องกันและลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงิน.



