กรมสรรพสามิต เปิดเผยผลการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ในรอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 รวบผู้กระทำผิดได้สูงถึง 35,739 คดีคิดเป็นมูลค่าค่าปรับรวมกว่า 6,274 ล้านบาท พร้อมประกาศยกระดับการทำงานสู่“Data Driven Enforcement” ชูการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยงรายพื้นที่ แทนการบังคับใช้กฎหมายแบบเดิม

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย  อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ว่า กรมฯ ได้เปลี่ยนผ่านจากการจับกุมหลังเกิดเหตุ มาเป็นการทำงานเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูล โดยนำข้อมูลพื้นที่ เส้นทางขนส่ง และเบาะแสจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน มาประเมินความเสี่ยงและออกแบบมาตรการปราบปรามแบบ “Tailored Enforcement” (พื้นที่ต่างกันมาตรการต้องต่างกันเพื่อทดแทนแนวคิดเดิมที่ใช้มาตรการเดียวทั่วประเทศ

สรรพสามิตได้วางระบบเอกซเรย์สินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดตลอดสายน้ำ:

  • ต้นน้ำ (พื้นที่ชายแดน): บูรณาการร่วมกับฝ่ายมั่นคง ศุลกากร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สกัดกั้นการลักลอบนำเข้าทั้งทางบกและทางทะเล
  • กลางน้ำ (ขนส่งและพักสินค้า): เฝ้าระวังเส้นทางลำเลียง จุดพัก ศูนย์กระจายสินค้า และพัสดุภัณฑ์
  • ปลายน้ำ (ตลาดและออนไลน์): เข้มงวดร้านค้า ตลาด หน้าร้านออนไลน์ พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริโภคเพื่อลด demand สินค้าเถื่อน

เปิดสถิติปราบปราม 11 เดือน ปีงบฯ 69

  • จำนวนคดี: 35,739 คดี (เพิ่มขึ้น 5.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
  • มูลค่าปรับรวม: 6,274.77 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 14.98%)
  • สินค้าผิดกฎหมายสูงสุด 3 อันดับแรก: ยาสูบ (สูงสุด), สุรา และน้ำมัน

อธิบดีกรมสรรพสามิต ย้ำว่า ตัวเลขคดีที่สูงขึ้นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการทำให้สินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาดได้ยากที่สุด เพื่อปกป้องผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง อำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและการส่งออก พร้อมทั้งรักษารายได้และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน