เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปิดไมค์นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ขณะอภิปรายร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ…. (พ.ร.บ.อากาศสะอาด) และทำให้มีการสบถคำไม่สุภาพนั้น ว่า ต้องแยกเป็นสองประเด็น คือ 1. เรื่องคำพูด ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่นั้น นายภัทรพงษ์ได้มีการถอนคำพูดไปแล้ว ดังนั้นคิดว่าประเด็นนี้เป็นที่ยุติไป

และ 2. การทำงานในภาพรวมนั้น ตนคิดว่า สิ่งที่เราอยากจะเห็นหลังจากนี้คือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงประธานและรองประธานสภาทั้ง 2 คน ให้มีการประชุมสภาให้ถึงเย็น หรือดึกได้ ในวันที่มีวาระค้างพิจารณา ซึ่งต้นตออย่างหนึ่งของปัญหาเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา คือ ทางคิวที่ถูกจัดสรร สำหรับประธานและรองประธานสภาเหมือนจะต้องจบภายใน 19.00 น. กลายเป็นว่า ตอนแรกคนลงชื่อ 7 นาที ก็ถูกตัดเหลือ 5 นาที เมื่อพูดเกินเวลาไปไม่กี่วินาทีก็ถูกตัดจบเลยทันที ทั้งๆ ที่บางคนจะสรุปประเด็นอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับนายภัทรพงษ์ อย่างเดียว แต่ยังมี สส.จากพรรคประชาชนที่เจอปัญหาลักษณะนี้เช่นกัน ถ้าเราดูจากสภาชุดก่อนๆ วันไหนที่มีวาระเยอะ ตนคิดว่าทุกฝ่ายก็ยินดีที่จะมีการประชุมล่วงเลยไปถึงเย็นหรือดึกได้ แต่เมื่อมาสภาชุดนี้ เราเห็นหลายครั้งแล้วที่มีความพยายามว่าประชุมสภาต้องเลิกไม่เกินกี่โมง และกลายมาเป็นการบีบเวลาที่ สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่มีความประสงค์จะอภิปราย ต้องตัดจำนวนคนและเวลาออกไป

“ผมชวนจับตาดูวันนี้ด้วยเพราะมีเรื่องรายงานประจำปีของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าสู่การประชุมสภา ซึ่งเป็นรายงานประจำปี 2567 และ 2568 ซึ่งแน่นอนว่าจะคาบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในช่วงการเลือก สว.และความจริงเราได้หารือกับประธานสภาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ในช่วงเช้า และเราก็หวังว่าในวันนี้ จะไม่มีความพยายามในการปิดประชุมสภาเร็วเพื่อปิดกั้นการอภิปรายในเรื่องนี้ ดังนั้น ผมอยากหาความร่วมมือกับวิปรัฐบาล ประธาน และรองประธานทั้ง 2 คน ว่าเราจัดสรรเวลาเพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภาไปถึงช่วงเย็นหรือดึกได้ตามความจำเป็นของวาระได้หรือไม่ อย่ามากำหนดตายตัวเลยว่าการประชุมต้องเสร็จภายในกี่โมง ซึ่งจะเปิดการสร้างข้อจำกัดของการอภิปรายของสมาชิก” นายพริษฐ์ กล่าว.