นาย ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ปี 68 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 53,417 ล้านบาท ขยายตัว 6% จากปี 67  สำหรับการคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 57,513 ล้านบาทในปี 69 และ 60,187 ล้านบาทในปี 70 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 63,168 ล้านบาทในปี 71 ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ฐานการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นราว 4 เท่าในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อจากบริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะท้อนได้ชัดเจนจากการเปิดหน้าร้านอาร์ตทอย ฯลฯ

ขณะที่ผลจากการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ปี 68 พบว่ามีจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยทั้งสิ้น 323 ราย เพิ่มขึ้นจาก 277 รายในปี 67 และเพิ่มขึ้นในทุกสาขา โดยเป็นผลมาจากการขยายฐานการสำรวจครอบคลุมผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในฐานการสำรวจเดิม และพบผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของอุตสาหกรรม

นาย ศุภกร กล่าวว่า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเติบโต แต่โครงสร้างของมูลค่าการบริโภคยังเป็นประเด็นท้าทาย โดยปี 68 มูลค่าการบริโภคอยู่ที่ 50,988 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อนหน้า แต่เป็นมูลค่าการนำเข้าถึง 41,735 ล้านบาท ขยายตัว 6% คิดเป็น 78% ของมูลค่าอุตสาหกรรมทั้งหมด ส่วนมูลค่าการผลิตของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ 11,682 ล้านบาท เติบโตเพียง 3% ขณะที่มูลค่าการส่งออกหดตัวลง 22% เหลือ 2,429 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดเติบโตขึ้น แต่ผู้ประกอบการไทยกลับได้รับประโยชน์จาก
การเติบโตในสัดส่วนที่จำกัด

นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ยังมีความเสี่ยงจากการพึ่งพากำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น กลุ่มอาร์ตทอยและสินค้าลิขสิทธิ์ที่ใช้หน้าร้านในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเป็นช่องทางจัดจำหน่าย โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ปี 68 ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32.97 ล้านคน ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 1.54 ล้านล้านบาท ลดลง 5% โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าอาร์ตทอยหดตัวลงราว 30% ด้วยเหตุนี้ การพึ่งพากำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด