เมื่อวันที่ 3 ก.ย. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 2/2569 ที่ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ว่า ที่ประชุมเห็นชอบเอกสารนำเสนอต่อศูนย์มรดกโลก 2 เรื่อง ได้แก่
1. เอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ของแหล่งสงขลาและชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา เพื่อส่งไปยังศูนย์มรดกโลกภายในรอบวันที่ 15 ก.ย. 2569 ซึ่งคุณค่าความสำคัญที่นำเสนอตามเกณฑ์มรดกโลก 2 ข้อ ได้แก่ เกณฑ์ข้อ (ii) การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมสำคัญ ตามเส้นทางการค้าทางทะเล และเกณฑ์ข้อ (v) การตั้งถิ่นฐานของชุมชนที่ความสัมพันธ์และพลวัตรระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งที่ตั้งชุมชนริมทะเลสาบน้ำเค็มและน้ำกร่อยชายฝั่ง การตั้งถิ่นฐานของชุมชนริมทะเลสาบสงขลา มีลักษณะทางภูมิทัศน์ที่สวยงามและเป็นระบบนิเวศและสังคมที่อุดมสมบูรณ์สูง เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลปิดและแหล่งน้ำภายในแผ่นดิน เหมาะสมแก่การค้าทางทะเล ทำให้ชุมชนพัฒนา เป็นศูนย์กลางการค้าและเครือข่ายการเดินเรือที่ทรงอิทธิพล และมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม พื้นที่นำเสนอ 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1.เมืองโบราณพังยาง เมืองพะโคะ และเมืองโบราณสีหยัง 2.เมืองโบราณสทิงพระ 3.เมืองป้อมค่ายซิงกอร่า ณ เขาแดง และ 4.เมืองเก่าสงขลา บ่อยาง

2. รายงานความก้าวหน้าสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกมีมติการประชุมสมัยสามัญฯ ครั้งที่ 47 (พ.ศ. 2568) ขอให้รัฐภาคีประเทศไทยขยายขอบเขตพื้นที่แหล่งมรดกโลกบริเวณเขาคลังนอก และปรับแก้ผังเมืองรวมอ.ศรีเทพและพัฒนาผังเมืองรวมวิเชียรบุรี เพื่อปกป้องพื้นที่มรดกโลก พื้นที่กันชน และพื้นที่แวดล้อม ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ กรมศิลปากร ได้นำเสนอรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน ได้แก่ การเจรจาขอซื้อที่ดินและการเวนคืนที่ดินโบราณสถาน การจัดทำแผนที่พื้นที่แวดล้อม การหารือร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในการกำหนดแนวทางสัมปทานและกิจกรรมปิโตรเลียมในพื้นที่และพื้นที่โดยรอบ รวมทั้งการปรับปรุงผังเมืองรวมอ.ศรีเทพ เพื่อรายงานถึงศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ธ.ค.2569

น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังพิจารณาทบทวนรายชื่อแหล่งมรดกวัฒนธรรม 9 แหล่ง ที่คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเคยให้ความเห็นชอบ สำหรับเสนอขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราวเพื่อเตรียมการจัดทำเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้แก่ 1.สถาปัตยกรรมสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ 2.ภูมิทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา 3.เส้นทางรถไฟสายมรณะ จ.กาญจนบุรี 4.วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร และเสาชิงช้า 5. วัดราชนัดดารามวรวิหาร และพื้นที่ต่อเนื่อง 6.แหล่งโบราณคดี และแหล่งวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน 7. เส้นทางวัฒนธรรมไชยา นครศรีธรรมราช สทิงพระ ยะรัง ไทรบุรี (เคดาห์) 8. แหล่งโบราณคดีเมืองเก่าเชียงแสนและสุวรรณโคมคำ (สปป. ลาว) และ 9.พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ซึ่งแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้จะต้องมีการศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพในการนำเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไป

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS International) ในการตรวจประเมินแหล่งอนุสรณ์สถานแหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา เมื่อวันที่ 3 – 8 ส.ค.2569 โดยได้ลงพื้นที่ที่จะนำเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้แก่ คูเมืองกำแพงเมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม วัดพระธาตุดอยสุเทพ และวัดเจ็ดยอด และพื้นที่กันชน พร้อมทั้งประชุมร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจ.เชียงใหม่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ประสานงานหลักในการจัดทำและนำส่งเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมจากการลงพื้นที่ไปยังองค์กรที่ปรึกษา เพื่อประกอบการพิจารณาขั้นต่อไป
น.ส.ซาบีดา กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าการปรับปรุงแบบก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา การรถไฟแห่งประเทศไทยได้หารือร่วมกับกรมศิลปากร ในการลดทอนขนาดและความสูงของสถานีรถไฟความเร็วสูง และปรับลดความสูงของทางวิ่ง มีการเว้นระยะห่างจากสถานีอยุธยาเดิมที่เป็นโบราณสถานและกำหนดระยะกันชน ปรับรูปแบบอาคารโดยประยุกต์องค์ประกอบของรูปแบบสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟอยุธยาเดิม พร้อมทั้งเสนอมาตรการลดผลกระทบทางโบราณคดีก่อนและระหว่างการก่อสร้าง โดยจะมีการขุดค้นทางโบราณคดี และการรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องนำส่งแบบก่อสร้างมายังกรมศิลปากรเพื่อพิจารณาการขออนุญาตปลูกสร้างในเขตพื้นที่โบราณสถานด้วย



