นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ ดีจีเอ เปิดเผยว่า ดีจีเอ ได้โอนย้ายการกำกับดูแลจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปขึ้นตรงกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อย่างเป็นทางการแล้ว ตาม พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) จัดตั้งสำนักงานฯ และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)  โดยมีผลตั้งแต่ช่วงประมาณกลางเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการรวมศูนย์การขับเคลื่อนยกระดับทุกหน่วยงานของรัฐใน 20 กระทรวง เป็นรัฐบาลดิจิทัล ให้มีเอกภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

“ในส่วของโครงสร้าง หน่วยงานและกำลังคน บุคลากรต่างๆ ยังคงเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชามาขึ้นตรงกับ รมว.ดีอี โดยที่ภารกิจหลักตาม พ.ร.ฎ. จัดตั้งไม่ได้แตกต่างจากเดิม เพราะแก้ไขเพียงข้อความในกฎหมายเรื่องผู้กำกับดูแลเท่านั้น ซึ่งการย้ายมาสังกัดกระทรวงดีอีจะช่วยเร่งการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลให้เข้มข้น และมีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว”

นางไอรดา กล่างต่อว่า สำหรับแผนขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลนั้น อยู่ภายใต้  “แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2570–2575” โดยทาง ดีจีเอ ได้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านรัฐบาลดิจิทัลไว้ครอบคลุมครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้คือการขับเคลื่อนให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างและทำให้ประชาชนรู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งแผนดังกล่าว ที่ผ่านมาได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัลและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติและประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

สำหรับการยกระดับหน่วยงานภาครัฐและกระทรวงต่างๆ นั้น จะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระดับ คือ 1.ระดับแผนชาติ (2570-2575)  เป็นทิศทางหลักที่ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานภาครัฐจะต้องนำไปปรับใช้ในภารกิจของตนเอง เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการดิจิทัลที่ประชาชนมั่นใจและเข้าถึงได้สะดวก 2.ระดับหน่วยงาน (ดีจีเอ) โดยทาง ดีจีเอ จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนและรับโจทย์จากแผนชาติมาแปลงสู่การปฏิบัติ โดยประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเนื่องจากความสำเร็จของรัฐบาลดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันทั้งระบบ

“กรอบวิสัยทัศน์ ของ แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. 2570-2575 คือ  “สะดวก มั่นใจ บริการภาครัฐไทยสำหรับทุกคน” โดยจะขับเคลื่อนให้ทุกหน่วยงานภาครัฐร่วมสร้างบริการที่สะดวกและปลอดภัย รองรับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม” นาง ไอรดา กล่าว