เมื่อเวลา​ 08.30 น.​ที่​วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด “Resilient Thailand” ของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยมี​ พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรม​เจริญ​ รมว.กลาโหม​ นายเอกนัฏ​ พร้อม​พันธุ์​ รมว.พลังงาน​ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ​ปลัดกระทรวงกลาโหม​ พล.อ.อุกฤษฏ์​ บุญ​ตา​นนท์​ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)​ พล.อ.พนา​ แคล้ว​ปลอด​ทุกข์​ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)​ พล.ต.อ.กิตติ​์รัฐ​ พันธุ์​เพ็ชร์​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.อ.สิทธา มหาสันทนะ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พร้อมด้วย พล.ท.อรรคเดช ประทีปอุษานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ให้การต้อนรับ

โดยทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึง ได้รับมอบหนังสือ​จากหุ่นยนต์​กู้ภัย “โอลิเวอร์” ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการงานวิจัย​ ถ่ายรูปร่วมกัน​กับนักเรียน วปอ.รุ่นที่​ 68 และการรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ​ อาทิ​ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ​ ที่ต้องชัดเจนและเหมาะสมกับศักยภาพ​ พร้อมกับพัฒนาทักษะของบุคลากรไปพร้อมกัน​ 

โดยนายกฯ กล่าวว่า วปอ.รุ่นที่ 68 ถือว่าเป็นรุ่นแรกที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดตนเป็นผู้ลงนาม และเป็น วปอ.ชุดแรกที่นำคนออกไปแล้วกลับเข้ามา ไม่ให้มีเรื่องของการเมือง​ หรือเรื่องของอารมณ์ใดๆ ที่จะมาทำให้เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของ วปอ. ถูกกระทบ สิ่งที่เราได้จากการศึกษาที่นี่ นอกจากความรู้ในห้องเรียนหรือการที่ได้เห็นประเทศไทยจากหลายมุม ก็ได้รู้จักและเข้าใจคนจากหลายภาคส่วน ทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของการมีเพื่อน ในอายุขนาดนี้ มีความหมาย

นายกฯ​ กล่าวว่า​ ภายใต้แนวคิด Resilient Thailand (ประเทศไทยที่ยืดหยุ่น ปรับตัวได้ดี) ตนดีใจว่าโจทย์ที่ตั้งตรงกับโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลกำลังทำงานอยู่ คือในวันที่โลกจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยอยู่รอด และสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ด้วยความมั่นคง แข็งแกร่ง Resilient ไม่ใช่แค่ล้มแล้วลุก​ แต่เมื่อลุกแล้วจะต้องวิ่ง วิ่งไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งกว่าเดิม ตนอยากให้ใส่วงเล็บ Moving Forward (ก้าวไปข้างหน้า) หลังจากที่มีปัญหามีการล้ม หยุดนิ่ง อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดการชะงักงันของความก้าวหน้าต่างๆ ซึ่งเกิดได้ตลอดเวลา แต่เมื่อเราผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปแล้ว เราต้องเอาอุปสรรคเหล่านั้นเปลี่ยนมาเป็นเชื้อเพลิง ทำให้เราขับเคลื่อนไปด้วยความรวดเร็วที่สูงขึ้น และด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งด้วยความรอบรู้ที่เราได้ผ่านมา

นายก​ฯ กล่าวย้ำว่า​ ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ​ เพราะโลกไม่ได้กำลังเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง​ แต่เปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกันทั้งภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)​ นี่คืออีกหนึ่งคำ ที่ทุกวาระที่มีการพูดคุยในวงนานาชาติ จะมีคำนี้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความมั่นคงในโลก วันนี้ไม่ใช่แค่การป้องกันภัยจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศที่จะมาคุกคามประเทศเรา ความมั่นคงสำหรับประเทศไทยคือการสร้างประเทศที่แข็งแกร่งมีความพร้อมจากภายใน ไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก ปัจจัยจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับเรา และเราต้องพร้อมที่จะรับการรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงและทุกอิทธิพลจากภายนอก

การสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในของรัฐบาลอย่างไรนั้น เรามองอยู่ 3 อย่าง คือเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ปฏิรูประบบราชการ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน​ ซึ่งเราเห็นตรงกัน โดยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ราว 10 ปีที่ผ่านมา เราเติบโตจากการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเครื่องยนต์เหล่านี้ ปัจจุบันก็ยังมีความสำคัญ แต่ก็ต้องหากลไกที่ทำให้เกิดความแข็งแรงขึ้น แต่เครื่องมือนี้พาเราไปถึงโลกอนาคตไม่ได้ ต้องส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตดิจิทัล เอไอ เซมิคอนดักเตอร์​ หากดูในอนาคต พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ​ อาหารและการแพทย์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประธานนักศึกษา วปอ.รุ่น 68 ได้มอบของที่ระลึกให้กับนายกฯ ซึ่งเป็นเสื้อแจ๊กเกตรุ่น วปอ.68 โดยที่แถบด้านขวาได้ติดแถบสัญลักษณ์ วปอ.61 ซึ่งเป็นรุ่นของนายกรัฐมนตรี พร้อมกับตราสัญลักษณ์หมู่นกหัวขวานที่แขนเสื้อด้านซ้าย ซึ่งเป็นหมู่ของนายอนุทิน สังกัดอยู่ในสมัยเรียน วปอ.61