เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และสส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตรัฐบาลมีความพยายามดึงเวลาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2-3 จนถึงวันที่ 10 ก.ย. เพื่อไม่ให้เข้าสู่วาระการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ปกติรัฐบาลพยายามกระชับเวลาอยู่แล้ว เดิมกำหนดเวลาจะจบในวันที่ 9 ก.ย. แต่อยู่ที่ สส.ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลว่าจะพยายามลดทอนเวลาของตัวเองได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้า สส.ต้องการอภิปรายกันเยอะ เวลาอาจจะล่วงเลยกันไป
ส่วนตัวคิดว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปราย อาจจะมีความกังวลหรือต้องการหยิบยกขึ้นมาพูดในช่วงนี้เพื่อเป็นการกดดันการทำงาน หรือต้องการให้กระแสสังคมได้มองไปในทิศทางที่เขาต้องการ ซึ่งไม่เป็นไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่ได้มีกำหนดการที่จะไม่ให้ฝ่ายค้านเข้าสู่ญัตติในเรื่องรายงานของ กกต.ใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านพูดคุยกันอยู่แล้ว ต้องไปดูว่าผู้อภิปรายทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างไร ถ้าผู้อภิปรายฝ่ายค้านยังมีจำนวนมาก อย่างกระทรวงมหาดไทย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ถ้าอภิปรายกันเยอะขนาดนี้แล้วยังมาบอกว่ารัฐบาลถ่วงเวลา คงไม่ใช่ หรือถ้าจะบอกให้ฝ่ายค้านพูดอย่างเดียว รัฐบาลไม่มีสิทธิพูดเลย คงไม่ใช่เช่นกัน ต้องเท่าเทียมกัน
นายสิริพงศ์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เชิญชวนประชาชนมาร่วมเดินขบวนในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. ก่อน กกต.วินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ว่า คิดว่าสังคมต้องทำความเข้าใจ วันนี้เราถูกกล่าวหาว่ามีกระบวนการต่างๆ เกี่ยวกับ สว. ถ้าวันนี้การดำเนินการของ กกต.ไม่ว่าจะอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าผลออกมาเป็นที่ไม่พอใจของฝ่ายตรงกันข้าม เขาก็จะบอกว่าเป็นเพราะ กกต.ได้รับความกดดันจากรัฐบาล นี่คือคำพูดที่เรามักได้ยินอยู่เป็นประจำ แต่ขณะเดียวกันวันนี้ฝ่ายค้านทำให้เห็นเลยว่ากำลังกดดัน กกต. โดยการเชิญคนออกมาเดินบนท้องถนน ก่อนหน้านี้ก็มีการทำลักษณะนี้คือ การไปออกกำลังกายที่หน้าสำนักงาน กกต.
ความพยายามในการกดดัน กกต.ของฝ่ายค้านมีการทำมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ทำเพียงลำพัง แต่ทำกับเครือข่ายของฝ่ายค้านด้วย หากเป็นการดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากก็ต้องขอความกรุณา เช่น การที่จะชุมนุมในสถานที่สาธารณะ ไม่ได้รบกวนต่อการสัญจรของประชาชนก็อาจจะทำได้ แต่การที่จะไปปิดถนน หรือเดินขบวนเป็นระยะทางไกลๆ ใช้เวลานานๆ อาจกระทบต่อชีวิตของประชาชนก็ต้องขอฝากด้วย
ความพยายามในการกดดัน กกต.ครั้งนี้ ถ้าผลไม่ออกมาเป็นอย่างที่เขาคาดไว้แล้วมันจะเป็นอย่างไร หรือถ้าผลออกมาเป็นไปอย่างที่เขาคาดหวัง ผลที่ตามมาใครได้ประโยชน์ สมมุติกลุ่ม สว.ต่างๆ ถูกดำเนินคดี ถูกให้ออกไป แล้วใครได้ประโยชน์ คนที่ได้ประโยชน์ย่อมเป็นกลุ่ม สว.สำรอง ซึ่งเป็นพวกของใคร ตรงนี้ขอชวนให้ทุกคนได้คิดว่าสิ่งที่พูดไปทั้งหมดนี้ ตรงไปตรงมาหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ผู้นำฝ่ายค้านเป็นคนนำขบวน เชิญชวนประชาชนมาร่วมในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.นี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าในการสื่อสารกับประชาชน เขาอาจจะบอกได้ว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ถ้าสำหรับคนที่ติดตามการเมืองมาย่อมรู้คำตอบอยู่แล้วว่าในการดำเนินการหวังมาซึ่งสิ่งใด.



