เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมประมง ดำเนินการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ พร้อมให้ รมว.มหาดไทย ประกาศให้ จ.สมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ว่า นี่ถือเป็นชัยชนะของชาวบ้าน แต่ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะยังไม่จบเท่านี้ ยังต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งเรื่องนี้ สส. หลายคนยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด และลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาของประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนได้มอบหมายให้นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ได้เฝ้าระวัง และติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้ไปรวบรวมข้อมูล เพื่อไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาปลาหมอคางดำ จำนวน 19 จังหวัด เพื่อยื่นเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาต่อไป

โดยนายบุญเลิศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ถือเป็นข่าวดีของ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งถือเป็นจังหวัดนำร่อง แต่อย่างไรก็ตามยังมีอีก 19 จังหวัด ที่เข้าข่ายประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเช่นกัน ซึ่งปัญหาของปลาหมอคางดำ ได้สร้างความเดือดร้อนมาหลายปีแล้ว และช่วงปลายปี 68 ตนเคยยื่นหนังสือต่อนายกฯ ก่อนที่การยุบสภา ซึ่งนายกฯ ระบุว่า จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดมาประชุมร่วมกัน และหลังจากที่มีการเลือกตั้งใหม่ ได้มีการยื่นหนังสืออีกหนึ่งฉบับกับมือนายกฯ และเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกฯ ด้วยวาจา บริเวณหน้าห้องสภา ที่ต้องการให้กรมประมงทบทวนการประกาศเขตภัยพิบัติ เนื่องจากหลักเกณฑ์การสุ่มตรวจจำนวนปลาหมอคางดำ ที่ต้องพบมากกว่า 10 ตัวขึ้นไปนั้น ไม่เป็นหลักเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ทำให้จังหวัดสามารถอ้างได้ เพราะการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจะทำให้ประชาชนได้เงินเยียวยา ซึ่งอย่างน้อยจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่า พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ 

ด้านนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน กล่าวว่า คำสั่งศาลปกครองที่ออกมา ซึ่งให้กรมประมง ระงับยับยั้ง และดำเนินการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ในมาตรการที่เคยวางแผนไว้ให้สำเร็จภายใน 180 วัน ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเคยดำเนินการร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปลาหมอคางดำ ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว แต่กลับไม่ยอมประกาศ จนมีคำสั่งศาลปกครองที่ออกมา ซึ่งก็หวังว่าในจังหวัดอื่นๆ จะมีมาตรฐานเดียวกัน ที่ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาฟ้องศาลฯ เพราะหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่ ก็สามารถประกาศเขตภัยพิบัติได้ เพื่อให้ประชาชน และเกษตรกรได้รับเงินเยียวยาในการบรรเทาความเดือดร้อน 

นายณัฐชา กล่าวเสริมว่า วันที่ 14 ก.ย. นี้ ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้นัดฟังคำสั่งคดีที่ภาคประชาชนฟ้องร้องกลุ่มบริษัทเอกชน ซึ่งต้องรอดูคำสั่งแรกว่า จะเป็นคดีแบบกลุ่มได้หรือไม่ สาเหตุที่ต้องให้เป็นคดีแบบกลุ่มเพราะว่า ประชาชนหลายคนเป็นเกษตรกร และมีทุนทรัพย์ในการต่อสู้คดีไม่มากนัก ดังนั้นการฟ้องแบบกลุ่ม โดยให้สภาทนายความเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นหลักในการช่วยเหลือประชาชน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้ แต่หากแยกเป็นคดี จะมีผลกระทบเรื่องของเวลา และเรื่องค่าใช้จ่าย จึงต้องรอดูคำสั่งศาลฯ 

เมื่อถามว่า 7 มาตรการหลักภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง ที่ไม่สามารถดำเนินการได้นั้น นายณัฐชา กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมาเรามีกรอบวงเงินงบประมาณ และ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณ 450 ล้านบาท เพื่อออก 7 มาตรการในการแก้ไขปัญหา แต่กลับไม่ถูกบังคับใช้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังปล่อยปละละเลย ทำให้สถานการณ์รุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการอนุมัติเงิน 90 กว่าล้านบาท จากงบกลาง มารับซื้อปลาหมอคางดำได้เพียงชั่วคราว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งระบบได้ ถือเป็นเครื่องยืนยันตามที่คำสั่งศาลออกมาว่า ภาครัฐปล่อยปละละเลย ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ซึ่งหลังจากมีคำสั่งศาลแล้ว ตนได้ปรึกษากับทีมกฎหมาย และคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นประธานฯว่า จะมีการดำเนินการฟ้องตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กับจังหวัดที่ปล่อยปละละเลย รวมถึงหน่วยงานอย่างกรมประมง เพราะหากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ต้องมีการดำเนินการทางคดีความต่อไป 

นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ที่ติดปัญหาขณะนี้คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ยอมประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ ซึ่งในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ตนได้สอบถามผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัด ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆ จากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ว่า ปลาชนิดนี้มีมาอย่างยาวนานแล้วไม่สามารถประกาศได้ ซึ่งถือเป็นทัศนคติส่วนตัวของผู้ว่าฯ ส่วนที่ จ.สมุทรสงคราม ผู้ว่าฯ ระบุว่า มีการสุ่มตรวจแล้ว ซึ่งหลักเกณฑ์การตรวจจะต้องพบปลาหมอคางดำมากกว่า 10 ตัวขึ้นไป แต่ทุกครั้งที่ไปตรวจจะพบอยู่ที่ประมาณ 8 ตัว จึงประกาศไม่ได้ ส่วน จ.สมุทรปราการ ไม่ได้รับคำตอบจากผู้ว่าฯ ดังนั้นจึงเกิดคำถามไปยังผู้นำสูงสุดของจังหวัดนั้นๆ ว่า มีรูปแบบการพิจารณา หรือแนวความคิดแบบนี้ จึงทำให้ไม่สามารถประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อจะไปช่วยเหลือประชาชนได้ ซึ่งเรื่องนี้เราจะนำแนวบรรทัดฐานของศาลปกครองกลางที่ได้มีคำสั่งออกมาเป็นบรรทัดฐานว่า ผู้ว่าฯ ควรจะประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรก่อน ซึ่งมีงบประมาณนี้อยู่แล้ว