เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ถนนบรมราชชนนี (ขาออก) เขตทวีวัฒนา พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดจุดบริการประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 โดยมี ผู้บริหาร กทม. ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักอนามัย กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง ผู้บริหารเขตทวีวัฒนา กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ สถานีตำรวจนครบาล สถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ด้วยในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ประชาชนส่วนใหญ่มักจะเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งผลให้ปริมาณการใช้รถใช้ถนนเพิ่มมากขึ้นและทำให้มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กทม.มีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงจัดตั้งจุดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนและคัดกรองโควิด-19 ที่เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 จุด และจุดบริการบริเวณพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารฯ จำนวน 4 จุด
สำหรับจุดบริการประชาชน ณ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา เป็นการบูรณการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ภายใต้ซื่อการรณรงค์ ชีวิตวิถีใหม่ ขับรถอย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ให้ประชาชนเดินทางอย่างสุขใจกับชีวิตวิถีใหม่ ห่างไกลจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลดอุบัติเหตุตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2565

และเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร โดยจัดตั้งจุดบริการประชาชน อยู่บริเวณสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ถนนบรมราชชนนีขาออก ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.64-1 ม.ค.65 และบริเวณใต้สะพานถนนพุทธมณฑลสาย 3 ถนนบรมราชชนนีขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 1-4 ม.ค.65 เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่ใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนีเดินทางสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน เพื่อดูแลความปลอดภัยทางถนนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง พร้อมให้กำลังใจหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ จุดบริการอำนวยความสะดวกประชาชน สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร โดยมี นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตจตุจักร และผู้แทนบริษัท ขนส่ง จำกัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตจตุจักร ตำรวจ ทหาร อปพร. หน่วยแพทย์และพยาบาล ในการปฏิบัติงานประจำจุดบริการประชาชน พร้อมมอบแผ่นพับประชาสัมพันธ์และเจลแอลกอฮอล์ให้กับผู้ประกอบอาชีพขับรถโดยสารสาธารณะ อาทิ ผู้ขับรถแท็กซี่ และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อกระตุ้นวินัยและจิตสำนึกในการเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว สร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการลดอุบัติเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ กทม.ได้จัดตั้งจุดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนและคัดกรองโควิด-19 ที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ และเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.64 ถึงวันที่ 4 ม.ค.65 รวมจำนวน 11 จุด ประกอบด้วย จุดบริการประชาชน จำนวน 7 จุด ในเส้นทางถนนสายหลักที่ประชาชนใช้เดินทางกลับภูมิลำเนา ได้แก่ 1. ถนนบรมราชชนนีขาออก ปั๊มคาลเท็กซ์ (วันที่ 29 ธ.ค.64-1 ม.ค.65) และบริเวณใต้สะพานข้ามถนนพุทธมณฑลสาย 3 ตัดถนนบรมราชชนนี ขาเข้า (วันที่ 2-4 ม.ค.65) เขตทวีวัฒนา 2. ถนนเพชรเกษมฝั่งขาออก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองแขม ซอยเพชรเกษม 79 เขตหนองแขม 3. ถนนพระรามที่ 2 บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. เขตบางขุนเทียน 4. บริเวณสถานีรถไฟดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เขตดอนเมือง 5. ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณใต้สะพานรถข้ามแยกมหานคร-ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก 6.หน้าปั๊มบางจากถนนเทพรัตน กม.5 เขตบางนา และ 7.บริเวณหน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง เขตลาดกระบัง

พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ณ จุดบริการบริเวณพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารฯ จำนวน 4 จุด ประกอบด้วย 1.สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่-ตลิ่งชัน) เขตตลิ่งชัน 2.สถานีขนส่งผู้โดยสารฯ (สายใต้ปิ่นเกล้า) ถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย 3.สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) เขตคลองเตย และ 4.สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) เขตจตุจักร ซึ่งในแต่ละจุดบริการจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ สนธิกำลังร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อปพร. หน่วยแพทย์หรืออนามัย ช่างจากกองโรงงานช่างกล รวมจำนวนกว่า 20 นายต่อผลัดต่อจุด โดยเป็นการให้บริการประชาชนในกรณีต่างๆ เช่น การช่วยเหลือซ่อมรถเสีย บริการน้ำดื่ม การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การให้คำแนะนำเส้นทาง แนะนำการปฏิบัติตนตามมาตรการการป้องกันการแพร่ะบาดของโรคโควิด-19



