เมื่อวันที่ 12 ก.ย.นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่า ได้รับแจ้งจาก นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าเรื่องเสร็จแล้ว และได้ส่งไปยังคณะกรรมการกลั่นกรอง ตั้งแต่เมื่อวานนี้ 11 ก.ย.

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการหารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แจ้งว่าจะดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท จำนวน 1.5 ล้านครัวเรือน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเป้าเริ่มต้นเดินที่ 1 ล้านคนครัว ทั้งนี้โครงการดังกล่าว คาดว่าจะใช้วงเงินสูงสุดราว 7.5 หมื่นล้านบาท 

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนเมื่อเรื่องเข้าสู่คณะคณะกรรมการกลั่นกรอง ถ้าหากผ่านการพิจารณาก็จะมีประกาศออกมา เบื้องต้นมีประชาชนแสดงความสนใจเข้ามาแล้ว และเมื่อเริ่มโครงการจะมีการออกไปสำรวจจำนวนหลังคาเรือนและพื้นที่ที่ประสงค์จะติดตั้ง โดยการไฟฟ้าฯ จะรับซื้อไฟไม่เกิน 5 kw ต่อเมื่อทางการไฟฟ้าได้เปลี่ยนเป็นสมาร์ทมิเตอร์และเชื่อมระบบไฟฟ้าแบบ 2 ทาง (ใช้ในครัวเรือน และขายไฟคืน) เรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามว่า โครงการดังกล่าวจะมีการฮั้วหรือล็อกสเป็กบริษัทหรือไม่ นายพลพีร์ ระบุว่า คงเป็นเช่นนั้นไม่ได้ เพราะโครงการนี้ต้องผ่านระบบของ 2 การไฟฟ้า คือ กฟภ. และ กฟน. และขณะนี้มีบริษัทที่ไปติดตั้งกว่า 2.3 พันบริษัทเชี่ยวชาญการติดตั้งที่มาขึ้นบัญชีแล้ว ฉะนั้นต้องกระจายกันช่วยติดตั้งหากจะติดเพียงไม่กี่บริษัทคงเป็นได้ แต่ในส่วนของการไฟฟ้าดำเนินการเองได้ประมาณ 3-4 แสนหลังคาเรือน นอกจากนั้นก็จะให้บริษัทเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการติดตั้ง.