นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เปิดเผยว่า ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อดูแนวสายทางที่จะดำเนินโครงการทางพิเศษ(ด่วน)จังหวัดภูเก็ต ระยะ(เฟส) ที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร(กม.) และเฟสที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. โดยได้ลงพื้นที่ที่จะก่อสร้างปากอุโมงค์ฝั่งกะทู้ ของเฟสที่ 1 ที่ทะลุเขานาคเกิด และบริเวณทางแยกต่างระดับเมืองใหม่ที่เชื่อมต่อกับถนนทางหลวงหมายเลข 4026 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเฟสที่ 2 อยู่ห่างจากท่าอากาศยานภูเก็ต ประมาณ 5-6 กม.

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ลงพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 4025 บริเวณบ้านม่าหนิก ใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างจุดพักรถ ในแนวสายทางของเฟสที่ 2 อย่างไรก็ตามปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดนี้ เป็นพื้นที่ที่ กทพ. ต้องดำเนินการขอใช้พื้นที่ และเวนคืนที่ดิน ซึ่งขณะนี้ในส่วนของเฟสที่ 1 ต้องเวนคืนทั้งหมด 123 ไร่ และพื้นที่ป่า 27 ไร่ ได้ดำเนินการพร้อมแล้ว มีความก้าวหน้า 99.43% เหลือเพียงการรื้อย้ายเท่านั้น โดยในส่วนของเฟสที่ 1 กทพ. เสนอขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ ไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว ซึ่งปรับลดขนาดอุโมงค์จากเดิม 17 เมตร เหลือ 14 เมตร วงเงินก่อสร้างเท่าเดิม ยังคงเป็นอุโมงค์ใหญ่ที่สุดในไทย อยู่ระหว่างสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาประมาณเดือน ธ.ค. 2569 หาก ครม. เห็นชอบ กทพ. ตั้งเป้าหมายจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค.2570 พร้อมทั้งเข้าสู่ขั้นตอนเปิดประกวดราคา และได้ผู้รับจ้างประมาณเดือน เม.ย.2570 เริ่มก่อสร้างประมาณเดือน ต.ค.2570 แล้วเสร็จเดือน ก.ย.2574 ก่อสร้าง 48 เดือน และเปิดบริการในเดือน ต.ค.2574

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเฟสที่ 2 จะต่อเนื่องจากเฟสที่ 1 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด และทบทวนวงเงินลงทุน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือน ม.ค.2570 หรือไม่เกินต้นเดือน ก.พ.2570 ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้กับกรมป่าไม้ คาดว่าจะเสนอโครงการฯ ต่อกระทรวงคมนาคม และครม.ภายในปี 2570 หากเห็นชอบจะเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เวนคืนประมาณ 1,604 ไร่ และเริ่มก่อสร้างเดือน ต.ค.2571 ก่อสร้าง 36 เดือน แล้วเสร็จเดือน ก.ย.2574 และเปิดบริการเดือน ต.ค.2574 พร้อมกับเฟสที่ 1 อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสรุปวงเงินลงทุนโครงการ เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 67,461 ล้านบาท ยังไม่ใช่กรอบวงเงินสุดท้าย แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 29,547 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง 37,913 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นค่าควบคุมงาน-งานระบบต่างๆ ประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยจะพยายามปรับค่าก่อสร้างให้ลดลงกว่านี้

สำหรับเฟสที่ 2 มีระยะทางรวม 30.62 กม. แบ่งเป็นทางหลัก (Main Line) ระยะทาง 24.45 กม. และทางร่วมบรรจบ(Spur Line) ระยะทาง 6.17 กม. แนวเส้นทางหลักเริ่มต้นบริเวณจุดตัดกับ ทล.4026 มุ่งลงทางทิศใต้ ผ่านพื้นที่เมืองใหม่ ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่โครงข่ายทางด่วนเฟสที่ 1 บริเวณ ทล.4029 ขณะที่ Spur Line จะเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับม่าหนิก 2 เชื่อมต่อระหว่างทางหลักกับทางร่วมบรรจบ มุ่งไปทางทิศตะวันออก สิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับบางคู เพื่อเชื่อมต่อกับถนน ทล.4024

ส่วนรูปแบบโครงสร้าง เฟสที่ 2 จะผสมผสาน 3 รูปแบบตามสภาพพื้นที่ ประกอบด้วย ทางระดับดิน ระยะทาง 10.42 กม. อุโมงค์ ระยะทาง 1.71 กม. (กว้าง 11.68 เมตร) และทางยกระดับ ระยะทาง 18.49 กม. ทั้งนี้เดิมการศึกษาความเหมาะสมฯ กำหนดแนวเส้นทางส่วนใหญ่เป็นระดับดิน มียกระดับบางส่วน แต่เมื่อ กทพ. ลงสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด พบว่า บางพื้นที่จำเป็นต้องปรับเป็นทางยกระดับ จากเดิมระดับดิน เพื่อเปิดพื้นที่ระดับดินให้ถนนสายหลักสามารถขยายได้เต็มศักยภาพ อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และระบบระบายน้ำ เนื่องจากบางพื้นที่เป็นทางน้ำไหลผ่าน หากก่อสร้างเป็นทางระดับดินตามเดิม อาจก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในอนาคตเมื่อเปิดบริการจึงต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริงมากขึ้น

ในส่วนของเฟสที่ 2 จะมีการจัดเก็บค่าผ่านทางตามระยะทาง อยู่ระหว่างพิจารณา ขณะเดียวกันยังเตรียมพัฒนาพื้นที่บริการ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้ทาง โดยมี Service Area บริเวณ กม.3+900 ฝั่งขาออกสู่ท่าอากาศยานภูเก็ต พื้นที่ประมาณ 37 ไร่ และ Rest Stop บริเวณ กม.16+400 บนแนว Spur Line ซึ่งมีพื้นที่ให้บริการประมาณ 13 ไร่ รองรับการพักรถ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง อย่างไรก็ตามสำหรับรูปแบบการลงทุนโครงการฯ ในส่วนของเฟสที่ 1 จะจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (TFF) ใหม่ โดยนำรายได้จากทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์) มาลงทุน ไม่ใช่กองทุนเดิมที่เคยดำเนินโครงการทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร คาดว่าการจัดทำรายละเอียดจัดตั้งกองทุนใหม่จะแล้วเสร็จต้นปี 2570 ส่วนเฟสที่ 2 อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง คาดว่าจะใช้แหล่งเงินกู้ แต่ในการเสนอโครงการฯ จะเปิดแหล่งเงินอื่นไว้ด้วย อาทิ การออกพันธบัตร และการใช้กองทุน TFF

ทั้งนี้เมื่อเปิดให้บริการทั้ง 2 เฟส จะเป็นทางเลือกในการเดินทางที่ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนเทพกระษัตรี(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402) และถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029) และเป็นทางด่วนในต่างจังหวัดสายแรกของไทย โดยผู้ที่เดินทางมาจากสนามบิน เพื่อไปยังป่าตอง ซึ่งเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวมาภูเก็ตต้องการไปมากที่สุด สามารถขึ้นทางด่วนไปป่าตองได้ทันที โดยช่วงเฟสที่ 1 จากกะทู้ไปป่าตอง ปกติใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที จะเหลือเพียง 5 นาที และหากเดินทางตลอดเส้นทางเฟส 1 และเฟส 2 เดิมใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมงครึ่ง เหลือ 20 นาที.



