สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงปลายปี ที่ทั่วโลกต่างมีวันหยุดยาวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ว่าการที่เชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ เดลตาและโอมิครอน แพร่ระบาดในเวลาเดียวกัน อาจส่งผลให้เกิด “สึนามิของผู้ติดเชื้อ” ช่วงหลังปีใหม่
ทั้งนี้ นพ.เทดรอสเรียกร้องให้ทุกประเทศจัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครบครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 70% ภายในช่วงกลางปี 2565 ซึ่งจะช่วยลดช่วงเวลาที่เรียกว่า “ระยะแสดงอาการ” ของโรคดังกล่าวได้ แต่ย้ำว่า โควิด-19 “จะยังคงอยูร่วมกับมนุษย์ไปอีกระยะ” และการฉีดบูสเตอร์หรือวัคซีนเข็มกระตุ้น “โดยไม่จำเป็น” จะยิ่งยืดเวลาการแพร่ระบาดของโรคออกไปอีก เนื่องจากกลุ่มประเทศยากจนและห่างไกลยังคงไม่มีวัคซีนอย่างเพียงพอ
WHO chief @DrTedros warns that the combined spread of the delta and omicron variants could lead to "a tsunami of cases," but says he remains hopeful that the world can end the pandemic in 2022 https://t.co/Adj0yuRcDb pic.twitter.com/Rxh4we7q1x
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) December 29, 2021
ด้าน นพ.ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวเสริมว่า “ยังคงเร็วเกินไป” ที่จะสรุปตั้งแต่ตอนนี้ ว่าเชื้อโอมิครอนมีความรุนแรงมากหรือน้อยกว่าเชื้อเดลตา จนกว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับอาการป่วยจากเชื้อโอมิครอนในกลุ่มเปราะบางที่มากกว่านี้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
อนึ่ง วันที่ 31 ธ.ค.ปีนี้ เป็นวันครบรอบสองปี ที่จีนส่งรายงานถึงดับเบิลยูเอชโอ เกี่ยวกับ “อาการป่วยจากโรคปอดบวมซึ่งยังไม่ทราบที่มาแน่ชัด” กับประชาชนอย่างน้อย 27 คน ในเมืองอู่ฮั่น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

















