นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวระหว่าง เป็นประธานเปิดการประชุมฯ มุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับระบบยางพาราไทย เน้นย้ำผลิตภัณฑ์ยางตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการจัดการสวนยางตามหลักการเกษตรที่ดี ต่อยอดแนวทางการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน ยึดหลักด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจตามมาตรฐานสากล พร้อมรับทิศทางการค้าโลก วางเป้าหมายเพิ่มความเชื่อมั่นมาตรฐานยางไทย สร้างโอกาสทางการค้าในตลาดโลก ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ ว่า กยท. พัฒนา “มาตรฐาน Thai Traceability” ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการข้อมูลด้านยางพาราอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงแหล่งจำหน่าย ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้กับระบบตรวจสอบย้อนกลับยางพาราไทย เน้นตลาดนำการผลิต
โดยตลาดยางพาราในปัจจุบัน จำเป็นต้องยืนยันแหล่งที่มาของการผลิต กระบวนการผลิต และสามารถตรวจสอบและทวนสอบได้จริง จะให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูล การควบคุมกระบวนการ การแยกผลิตภัณฑ์ การจัดทำเอกสารและหลักฐาน ตลอดจนการตรวจประเมิน ถือเป็นการวางระบบเพื่อรองรับความต้องการตามทิศทางของตลาดในปัจจุบันและอนาคต ทั้งด้านความยั่งยืน มาตรฐานของคู่ค้า ความถูกต้องตามกฎหมาย และข้อกำหนดของตลาดระหว่างประเทศ ซึ่งจุดเด่นของมาตรฐาน Thai Traceability คือการนำระบบและแนวทางที่ประเทศไทยดำเนินการอยู่แล้วมาพัฒนาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยเชื่อมโยงข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานสากล ครอบคลุม 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การตรวจสอบย้อนกลับและความถูกต้องตามกฎหมายการจัดการสวนยางตามหลักการเกษตรที่ดี (GAP) การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง และการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน
ในระยะต่อไป กยท. จะเดินหน้าพัฒนามาตรฐาน Thai Traceability ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับสู่การเป็นมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางระดับประเทศ โดยนำบทเรียนจากกลุ่มนำร่องมาใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและสามารถขยายผลได้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่การประเมินความพร้อม การพัฒนาศักยภาพ การจัดทำเครื่องมือ การนำมาตรฐานไปใช้จริง ตลอดจนการตรวจประเมินและปรับปรุง ทั้งนี้ หัวใจสำคัญคือการผลักดันมาตรฐานให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง หน่วยงานภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และร่วมกันยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้กับยางพาราไทยได้อย่างยั่งยืน
สำหรับ เป้าหมายของ กยท. ไม่เพียงทำให้ระบบ Thai Traceability รองรับการตรวจสอบย้อนกลับ EUDR ได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางระบบเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในปัจจุบันและอนาคต ทั้งด้านความยั่งยืน ความถูกต้องตามกฎหมาย มาตรฐานของคู่ค้า และข้อกำหนดของตลาดระหว่างประเทศ โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลกับช่องทางการซื้อขายผลผลิตผ่าน Thai Rubber Trade (TRT) ซึ่งเป็นกลไกช่วยการตรวจสอบย้อนกลับเข้าสู่ตลาด และเพิ่มทางเลือกในการจำหน่ายให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือ พิสูจน์ได้ และมีมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ พร้อมในการเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบที่ยั่งยืน จะเป็นการเน้นย้ำความน่าเชื่อถือของยางไทย ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับกลุ่มผู้ซื้อ การปรับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมาย แต่เป็นการพลิกโฉมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางและมาตรฐานความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยางพาราระดับโลก ซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรและทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
“เมื่อตลาดโลกเริ่มกำหนดเงื่อนไขทางการค้าโดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลผลิต ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตยางในอันดับต้นๆ จึงจำเป็นที่จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ยางพาราของไทยก้าวทันตามเทรนด์โลก เพื่อเป็นผู้นำการครองส่วนแบ่งตลาดยางของโลก”



