สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับนโยบายบริหารจัดการ และตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐ “มาถูกทางแล้ว” อย่างไรก็ตาม ไบเดนยอมรับว่า โดยส่วนตัวยังคงกังวลกับอัตราการแพร่ระบาดในภาพรวมทั่วโลก “ที่ยังไม่ชะลอตัวมากนัก” ซึ่งเป็นผลจากเชื้อโอมิครอน
Biden says U.S. is on the right track in fight against COVID-19 https://t.co/kOwTsjxLSy pic.twitter.com/DwPVy8ncMs
— Reuters Politics (@ReutersPolitics) January 11, 2022
ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ที่เมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ ระบุจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในอเมริกา เพิ่มขึ้น 1,483,656 คน เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ทั้งระดับประเทศและระดับโลก และทำลายสถิติ 1,082,549 คน เมื่อวันที่ 3 ม.ค.
ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐ เพิ่มขึ้นอีก 1,906 ราย ปัจจุบัน สหรัฐมีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากกว่า 62 ล้านคน และเสียชีวิตสะสมมากกว่า 840,000 ราย ตามสถิติของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์
Top health officials including Dr. Anthony Fauci defended the administration's response to the unrelenting pandemic as daily U.S. COVID-19 cases reached a new high, largely fueled by the highly contagious Omicron variant pic.twitter.com/qqGuMsLyaC
— Reuters (@Reuters) January 12, 2022
ด้านนพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นไอเอไอดี ) กล่าวว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยในโรงพยาบาลจากโควิด-19 ของอเมริกา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นสถิติใหม่แล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลจากเชื้อโอมิครอน แต่โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า สหรัฐกำลังเข้าใกล้ “จุดเริ่มต้น” ของการใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 ในสภาวะ “เป็นโรคที่บริหารจัดการได้”
ขณะเดียวกัน แพทย์โรคติดเชื้อหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ กล่าวอีกว่า “เป็นเรื่องเกินจริง” ที่โควิด-19 จะหายไปจากประเทศนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเชื้อโอมิครอนมีอัตราการแพร่ระบาดที่ง่ายและรวดเร็วในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และในเวลาเดียวกัน เชื้อไวรัสยังคงกลายพันธุ์กันตลอดเวลา ส่วนประชากรในสหรัฐที่ปฏิเสธวัคซีนยังมีจำนวนไม่น้อย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

















