สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับนโยบายบริหารจัดการ และตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐ “มาถูกทางแล้ว” อย่างไรก็ตาม ไบเดนยอมรับว่า โดยส่วนตัวยังคงกังวลกับอัตราการแพร่ระบาดในภาพรวมทั่วโลก “ที่ยังไม่ชะลอตัวมากนัก” ซึ่งเป็นผลจากเชื้อโอมิครอน


ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ที่เมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ ระบุจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในอเมริกา เพิ่มขึ้น 1,483,656 คน เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ทั้งระดับประเทศและระดับโลก และทำลายสถิติ 1,082,549 คน เมื่อวันที่ 3 ม.ค.


ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐ เพิ่มขึ้นอีก 1,906 ราย ปัจจุบัน สหรัฐมีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากกว่า 62 ล้านคน และเสียชีวิตสะสมมากกว่า 840,000 ราย ตามสถิติของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์


ด้านนพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นไอเอไอดี ) กล่าวว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยในโรงพยาบาลจากโควิด-19 ของอเมริกา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นสถิติใหม่แล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลจากเชื้อโอมิครอน แต่โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า สหรัฐกำลังเข้าใกล้ “จุดเริ่มต้น” ของการใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 ในสภาวะ “เป็นโรคที่บริหารจัดการได้”


ขณะเดียวกัน แพทย์โรคติดเชื้อหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ กล่าวอีกว่า “เป็นเรื่องเกินจริง” ที่โควิด-19 จะหายไปจากประเทศนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเชื้อโอมิครอนมีอัตราการแพร่ระบาดที่ง่ายและรวดเร็วในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และในเวลาเดียวกัน เชื้อไวรัสยังคงกลายพันธุ์กันตลอดเวลา ส่วนประชากรในสหรัฐที่ปฏิเสธวัคซีนยังมีจำนวนไม่น้อย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES