เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย “ทส.หนึ่งเดียว” และ “ทส.ยกกำลัง X” ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อสั่งการ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการ ป้องกันและปราบปราม การบุกรุกทำลายป่าและล่าสัตว์ป่า อย่างเด็ดขาด  

ทั้งนี้นายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้รับรายงานว่าจะมีกลุ่มพรานลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า ในพื้นที่อุทยานฯ ทองผาภูมิ ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา จึงสั่งการให้นายวันชัย สูนคำ พนักงานพิทักษ์ป่า พร้อมกับพวกรวม 10 นาย ร่วมกันออกลาดตระเวน ตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับการป่าไม้ ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  

กระทั่งถึงบริเวณป่าห้วยปิล็อก หมู่ที่ 4 ตำบลปิลฺ็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ห่างจากในเขตชายแดนไทย-เมียนมา ประมาณ 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบกลุ่มควันไฟ จึงร่วมกันซุ่มเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มพรานชายจำนวน 5 คน ขณะเดียวกัน หมาที่กลุ่มพรานนำไปด้วย เห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งเสียงเห่ากระโชกขึ้น ทำให้กลุ่มพรานชายทั้ง 5 คน รู้ตัว และวิ่งหลบหนีเข้าป่าลึก รอดการจับกุมไปได้อย่างหวุดหวิด  

กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบเพิงพักชั่วคราว พบอาวุธปืยยาวลูกซอง 5 นัด 1 กระบอก อาวุธปืนยาวลูกกรดขนาด .22 1 กระบอก อาวุธปืนแก๊ปยาว 2 กระบอก พร้อมกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์ดำรงชีพในป่า ทั้งเปลนอน ไฟฉายคาดหัว มีดเหน็บ หม้อสนาม ข้าวสารอาหารแห้ง จำนวนกว่า 29 รายการ  

ห่างเพิงพัก 20 เมตร เจ้าหน้าที่ถึงกับตกตะลึง พบหนังเสือโคร่งขนาดใหญ่เพศผู้ยาวกว่า 2 เมตร น้ำหนักราว 80 กก.1 ซาก ผูกซากจากหัวถึงโคนหาง ผูกตรึงกับไม้ ตั้งพิงกับแคร่ร้านไม้ไผ่ ย่างด้วยฟืนรมควัน บนแคร่พบเนื้อเสือโคร่งที่ถูกชำแหละเป็นชิ้นๆ จำนวนมากวางย่างไฟอยู่บนแคร่ ไม่ห่างกันพบหนังสือโคร่งเพศเมียยาวราว 2 เมตร อีก 1 ผืน พาดตากอยู่บนกิ่งไม้ที่ผูกติดกับต้นไม้ ห่างบริเวณที่พบซากหนังเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว ราว 100 เมตร พบซากวัว 1 ตัวที่ถูกผูก น้ำหนักราว 50 กก. ผูกคอติดไว้กับต้นไม้ใหญ่ 

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า กลุ่มพรานใจโหดทั้ง 5 คน ได้รับออร์เดอร์สั่งซากเสือโคร่งจากนายทุน จึงลักลอบเข้าป่ามาก่อนหน้านี้ราว 2 วัน โดยจูงวัวเข้าไปด้วย 1 ตัว จากนั้นนำวัวมัดคอติดกับต้นไม้ เพื่อเป็นเหยื่อล่อให้เสือโคร่งออกมากิน เมื่อเสือโคร่งทั้งเพศผู้และเพศเมีย 2 ตัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นเสือที่เป็นคู่กัน เข้ามาเพื่อกินเหยื่อวัว กลุ่มพรานใจโหดที่พรางตัวซุ่มแอบอยู่ ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เสือโคร่งทั้ง 2 ตัว จนเสียชีวิต และทำการถลกหนังออก จากนั้นแล่เนื้อหั่นเป็นชิ้นๆ ย่างไฟรมควัน จนเจ้าหน้าที่เข้ามาพบ และหลบหนีไปได้ 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ได้มีนายป้อม (สงวนนามสกุล) โทรฯ หา นายชูชาติ สวดมนต์ หน.ชุดที่เข้าจับกุมเสือโคร่ง ติดต่อเพื่อขอปืนลูกซอง 5 นัด ยี่ห้อวินเชสเตอร์ หมายเลขประจำปืน 1526415 คืน โดยแจ้งว่าปืนลูกซอง 5 นัดดังกล่าว เป็นของเจ้าหน้าที่ อปพร.คนหนึ่ง 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้นำของกลาง ซากเสือโคร่ง ทั้ง 2 ตัว อาวุธปืน 4 กระบอก ซึ่งมีปืนลูกซอง 5 นัด ของ จนท.อพปร.รวมอยู่ด้วย และอุปกรณ์กระทำผิดทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล็อก เพื่อดำเนินคดีและสืบสวนสอบสวน หาตัวผู้กระทำผิด มารับโทษในเร็ววันต่อไป 

ด้านนายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้กล่าวว่า สำหรับเสือโคร่งเพศผู้และเมีย ทั้ง 2 ตัวนี้ เชื่อว่าเดินหากินไปมาในป่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รอยต่อกับป่าของประเทศเมียนมา อุทยานฯ ทองผาภูมิ มีพื้นที่รับผิดชอบเนื้อที่ทั้งหมด 772,214 ไร่ มีแนวเขตด้านตะวันตก ติดชายแดนเมียนมาระยะทาง 152 กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าปกป้องป่าและสัตว์ป่า 120 คน ขอให้คำมั่นจะดูแล รักษาปกป้องพื้นที่ป่า และสัตว์ป่า เท่ากับชีวิตของตนเอง ให้เป็นมรดกของประเทศชาติต่อไป.