จากกรณี มีคนร้ายบุกเข้าไปงัดห้องภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้่นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อรื้อค้นเอาทรัพย์สินแต่ปรากฏว่า น.ส.บี (นามสมมุติ) สาวทอมวัย 45 ปี กลับมาเจอเข้าพอดีทำให้ฝ่ายคนร้ายลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการใช้อาวุธฟาดหัวจนสลบ ก่อนจะลักเอาแหวนทองหนัก 1 สลึงไปด้วย ภายหลังตกเป็นข่าวปรากฏว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความอีกหลายราย ว่าโดนคนร้ายลักษณะรูปพรรณสัณฐานเดียวกัน งัดห้องเข้าไปขโมยทรัพย์สิน บางรายทนไม่ไหวต้องขอย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาก่อเหตุอีก จึงอยากให้ทางตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากเป็นภัยสังคม กล้าก่อเหตุแทบทุกวันโดยไม่ยำเกรงกฎหมาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (12 ม.ค.) ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายเอ (นามสมมตุิ) โชเฟอร์แท็กซี่ วัย 42 ปี ได้เข้าพบ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ปากคำว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับคนร้ายภายในซอยเรวดี หลังก่อเหตุลักทรัพย์และตีสาวทอมจนสลบ โดยชายคนร้ายได้ให้ไปส่งที่บริเวณ สะพานพระราม 5 หน้าวัดสังฆทาน ถนนนครอินทร์ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งนี้ระหว่างนั่งอยู่ในรถ ชายคนร้ายพยายามเร่งให้ตนขับรถเร็ว ๆ ภายหลังตนมาเห็นภาพคนร้ายในสื่อโทรทัศน์ก็ตกใจ เพราะเป็นคนๆเดียวกับที่ตนไปรับส่ง จึงขอให้ปากคำเพื่อเป็นเบาะแสและพยานในคดีนี้
ด้าน พ.ต.อ.จาตุรนต์ กล่าวว่า ตนเองได้แบ่งงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ออกเป็น 3 ชุด ลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพยานแวดล้อมใกล้เคียงรวมทั้งจุดเกิดเหตุสถานที่ที่คนร้ายหลบหนี ตามภาพจากกล้องวงจร ยืนยันว่า เรามีเบาะแสมากพอสมควรที่จะติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาได้ ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานสักระยะหนึ่งคาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในไม่ช้า.



