นายสมัย ศรีหาญ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครพนม เปิดเผยว่า หญ้าสุวรรณภูมิ เป็นพืชในกลุ่มหญ้าเนเปียร์ เป็นพืชพลังงาน ที่ปลูกแล้วสามารถจะเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้ รวมถึงสามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะนำไปเลี้ยงโค – กระบือ นอกจากนั้นก็ยังมีสัตว์ปีก เช่น เป็ดเทศ ที่มีการทดลองแล้วสามารถผสมอาหารได้สูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยที่น้ำหนักสัตว์ไม่ได้มีความแตกต่างกับการเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ทั่วไป ซึ่งการที่จะปลูกหญ้าตัวนี้ในพื้นที่นครพนมคิดว่ามีความเหมาะสม สามารถปลูกได้

จากที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครพนมได้ทำการวิจัยและศึกษาเปรียบเทียบระหว่างหญ้าที่มีในศูนย์หลายๆพันธุ์ ทั้ง หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หญ้าหวาน หญ้าขน และหญ้าพื้นเมืองที่มีอยู่ โดยใช้มูลสัตว์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น มูลเป็ด มูลไก่ มูลกระบือบำรุง แล้วก็ปลูกในดินธรรมชาติพร้อมกัน ปรากฏว่า หญ้าสุวรรณภูมิให้ผลผลิตที่สูงที่สุด ตอบสนองต่อปุ๋ยคอกที่เป็นมูลสัตว์ประเภทสัตว์ปีกมากสุด แต่ถ้าเปรียบเทียบภาพรวมทั้งหมดแล้วผลผลิตที่ได้ไม่แตกต่างกันมากนัก อีกอย่างที่พบคือหญ้าชนิดนี้สามารถทนแล้งได้เป็นอย่างดีเมื่อเปรียบเทียบกับหญ้าชนิดอื่นๆ โดยการแตกหน่อยิ่งตัดยิ่งเพิ่มจำนวน

ส่วนการปลูกจะใช้ท่อนพันธุ์ที่มีตาอยู่ประมาณ 2 ข้อ ข้อที่ 1 เวลาปลูกเอาลงดินอีกข้อโผล่พ้นดินเพื่อแตกหน่อ โดยมีระยะห่างการปลูกลงแปลงปกติประมาณ 1.2 เมตร แต่ถ้าใครมีงบประมาณก็สามารถปลูกใส่ท่อซีเมนต์ได้เพราะตัวนี้จะให้ผลผลิตที่ดีกว่าเนื่องจากเราสามารถคุมแร่ธาตุในดินได้ โดยจากการศึกษาพบว่าการใช้ท่อซีเมนต์รัศมี 1.2 เมตรปลูกเพียงแค่ 4 ต้นพันธุ์ก็พอแล้ว ส่วนการดูแลก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเมื่อตัดทุกครั้งต้องนำเอาปุ๋ยคอกมาใส่ครั้งละ 5 กิโลกรัมต่อท่อ จากนั้นก็รดน้ำตามปกติ หญ้าก็จะมีการเจริญงอกงามขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนระยะเวลาการตัดที่เหมาะสมในการเอาไปเป็นอาหารสัตว์อยู่ที่ประมาณ 2 เดือน/ครั้ง แต่ถ้าจะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าจะต้องมีอายุอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป

สำหรับการการส่งเสริมในพื้นที่ต่างๆ ในตอนนี้เริ่มมีเกษตรกรปลูกแล้วในโซนขององค์การบริหารส่วนตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทนและกำลังจะขยายไปในโซนอื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรที่สนใจอยากปลูกสามารถเข้ามาเรียนรู้ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครพนมได้ ส่วนต้นพันธุ์ทางศูนย์ก็พร้อมที่จะแจกจ่ายเพื่อให้เกษตรกรได้นำไปขยายพันธุ์ต่อไปในอนาคต



