สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ตึงเครียด ระหว่างรัสเซียกับตะวันตก ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากสถานการณ์ในยูเครน ว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้ว” ว่า “ความกังวลพื้นฐาน” ของรัสเซีย “ไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายใด”


ขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวว่า สำหรับสหรัฐนั้น “ความกังวลแท้จริง” ไม่ได้อยู่ที่ความมั่นคงของยูเครนตามที่กล่าวอ้างมาตลอด แต่เป็นเรื่องของ “ความต้องการควบคุม” การพัฒนาทางทหารของรัสเซีย โดยอาศัยยูเครน “เป็นเพียงสะพาน” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ซึ่งผู้นำรัสเซียให้ฉากทัศน์ของสถานการณ์ ว่าอาจเป็นการ “หลอกล่อ” ให้รัสเซียเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารบางอย่างในอนาคตอันใกล้

หลังจากนั้น บรรดาพันธมิตรในยุโรปของรัฐบาลวอชิงตันก็จะพร้อมใจกันประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ปูตินยืนยันว่า รัฐบาลมอสโกยังคงพร้อมเสมอสำหรับการเจรจา แม้หนทางจะไม่ง่ายก็ตาม


สำหรับ “หลักประกันด้านความมั่นคง” ที่รัสเซียต้องการ “การให้คำมั่นอย่างเป็นทางการ” จากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และสหรัฐ แม้รัฐบาลวอชิงตันเป็นหนึ่งในสมาชิกนาโต แต่รัฐบาลมอสโกยังคงต้องการการตอบสนองแยกต่างหาก นั่นคือ นาโตต้องยุติการซ้อมรบตามแนวพรมแดนฝั่งตะวันออกซึ่งอยู่ใกล้กับรัสเซีย การที่สหรัฐและรัสเซียต้องไม่ส่งพาหนะทางทหาร เข้าสู่พื้นที่ทั้งทางอากาศและทางทะเล ในรัศมีที่สุ่มเสี่ยงเกิดการปะทะกัน

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำสหราชอาณาจักร ที่กรุงเคียฟ


อย่างไรก็ดี เงื่อนไขสำคัญที่สุดเห็นจะเป็น “การการันตีอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร” ว่านาโตจะไม่รับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก เช่นเดียวกับจอร์เจีย โดยต้องเป็นการยกเลิกข้อตกลงฉบับปี 2551 ระหว่างนาโตกับจอร์เจียและยูเครน ที่เป็นการ “ให้คำมั่นสัญญา” ว่าทั้งสองประเทศจะได้รับการยอมรับเข้าสู่นาโต “สักวันหนึ่ง”


ถ้อยแถลงดังกล่าวของปูติน ถือเป็นการกล่าวถึงเรื่องยูเครนอย่างตรงไปตรงมา เป็นครั้งแรกในรอบนานกว่า 1 เดือนของผู้นำรัสเซีย ขณะที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเสริมว่า ตะวันตกต้องยึดมั่นต่อข้อตกลงร่วมเมื่อปี 2542 ว่าด้วยการ “ไม่เสริมสร้างความมั่นคงทางทหารเพื่อคุกคามฝ่ายใด” และทิ้งท้ายว่า จะมีการหารืออีกครั้งกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลมอสโกยังคงไม่คาดหวังอะไรมากนัก.

เครดิตภาพ : REUTERS