เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบริเวณลานหินขาวหินดำ หาดแม่รำพึง หมู่ 5 ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ลงเล่นน้ำริมหาดแม่รำพึง ทั้งที่มีการปักธงแดงห้ามลงเล่นน้ำทะเล และมีบีชบูมยาวประมาณ 200 เมตร ถูกทิ้งเกยอยู่ริมชายหาด ส่วนสภาพชายหาดโดยรวม มีคลื่นลมแรงดูด้วยตาเปล่าไม่พบคราบน้ำมันลอยขึ้นมา มีเพียงหอยเสียบลอยขึ้นมาจำนวนมาก

น.ส.สำรวย วิไลแลง อายุ 46 ปี เจ้าของร้านใบตองซีฟู๊ด ริมหาดแม่รำพึง กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุน้ำมันรั่วก็ปิดร้านมาจนถึงขณะนี้ เช่นเดียวกับแม่ค้าตลอดแนวชายหาดแม่รำพึง ขาดรายได้วันละ 1,500-2,000 บาท เกี่ยวกับเรื่องเยียวยา ไม่ควรเรียกว่า เยียวยา ควรเรียกว่า รับผิดชอบความเสียหายจากน้ำมันรั่ว เพราะความผิดเกิดจากความผิดพลาดของบริษัทน้ำมัน ฉะนั้นควรลงมารับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด ส่วนเรื่องการกินอาหารทะเลโชว์ มันอาจจะเร็วไป เพราะการกินครั้งเดียวย่อมปลอดภัยแน่ แต่กับชาวประมงและชาวบ้านรวมถึงนักท่องเที่ยว หากกินบ่อยครั้งย่อมเกิดการสะสมในร่างกายแน่นอน กว่าจะรู้ร่างกายก็แย่แล้ว ใครจะรับผิดชอบ สิ่งสำคัญควรจะกำจัดให้น้ำมันหมดไปจากทะเล และเร่งฟื้นฟูให้ธรรมชาติของทะเลกลับสู่ปกติโดยเร็ว จะดีกว่ามาสร้างภาพ เพราะยังพบคราบน้ำมันที่เป็นฟิล์มลอยมากับคลื่นตลอด
ด้านนายนัฐพงษ์ จันทร์พิทักษ์ อายุ 50 ปี กล่าวว่า ตนเองเป็นชาวประมงมากว่า 25 ปี ผลกระทบจากน้ำมันรั่ว ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลในระยะยาวอย่างแน่นอน เพราะคราบสารเคมีที่ฉีดสลายคราบน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างแน่นอน กว่าจะฟื้นฟูต้องใช้เวลานับสิบนับร้อยปี หลังเกิดเหตุชาวประมงต้องหยุดออกหาปลาขาดรายได้ ในอนาคตยังต้องประสบกับจำนวนสัตว์ทะเลที่ลดลง ผู้กระทำผิดจึงต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นางรุจี โอน่า อายุ 50 ปี แม่ค้ารถจยย.พุ่มพวง บอกว่า หลังเกิดเหตุยังคงต้องออกมาเร่ขาย ยอดขายลดลงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าริมหาดและชาวประมง เมื่อร้านปิด ชาวประมงหยุดออกทะเล จึงทำให้ลูกค้าหดหายไป ตอนนี้ต้องการให้คืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว.



