เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 7 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุเกิดเพลิงไหม้ในหมู่บ้านกาญจนบุรีวิลล่า ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เทศบาลเมืองปากแพรก และเทศบาลตำบลท่ามะขาม เข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิง จุดเกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เป็นซอยแคบ รถดับเพลิงเข้าไปได้ลำบาก อีกทั้ง บ้านที่เกิดเหตุถูกล็อกประตูรั้วแน่นหนา เจ้าหน้าที่ต้องพังประตูรั้วด้านหน้าเข้าไปพร้อมฉีดน้ำข้ามกำแพงด้านหน้าและด้านหลังบ้าน เพื่อควบคุมเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำดับเพลิง ปรากฏว่ามีเสียงดังคล้ายระเบิดออกมาจากชั้น 2 ของบ้านอยู่เป็นระยะ ทำให้เปลวเพลิงลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปไหม้บ้านหลังข้างเคียงได้

ตรวจสอบภายในบ้าน พบศพชายชาวเยอรมัน อายุ 63 ปี สภาพนั่งคลุกเข่าถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโก ตามร่างกายถูกไฟไหม้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ที่บริเวณลำคอมีร่องรอยใช้เชือกไม่ทราบชนิดผูกติดกับขื่อหลังคาบ้านที่ถูกเปลวเพลิงลุกไหม้เสียหายจนพังลงมา ใกล้กันพบถังแก๊สหุงต้ม 3 ถัง ลักษณะเปิดวาล์วไว้วางอยู่ ขณะที่ชั้น 2 ของบ้าน ยังมีถังแก๊สหุงต้มอีก 2 ถัง ลักษณะเปิดวาล์วทิ้งไว้เหมือนกัน โดยมีการนำยางรถยนต์มาครอบถังเอาไว้ทั้งสองถัง อีกทั้งยังมีกลิ่นคล้ายน้ำมันถูกราดไปทั่วบริเวณบ้าน และยังพบข้อความภาษาอังกฤษ พ่นด้วยสีสเปรย์ตามกำแพงบ้าน ข้อความคล้ายตัดพ้อ ระบายความในใจ ข้อความว่า 21 Year cheating but never enough fuck you จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

สอบถาม นางกมลวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ภรรยาชาวไทยของผู้เสียชีวิต เบื้องต้นให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางมาแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กินกับตนที่เมืองไทยมานานกว่า 21 ปี กระทั่งช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้แยกออกไปอยู่บ้านที่ อ.พนมทวน โดยให้ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุตามลำพัง กระทั่งมาทราบข่าวว่าไฟไหม้ โดยที่เจ้าตัวเป็นคนก่อเหตุ ก่อนแขวนคอฆ่าตัวตาย จึงรีบเดินทางมาดู และตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายเกิดความเครียด และน้อยใจภรรยาชาวไทย ที่ทิ้งให้อยู่บ้านหลังเกิดเหตุตามลำพัง จึงวางแผนฆ่าตัวตายโดยพ่นสเปรย์ระบายความรู้สึก แล้วเตรียมถังแก๊สและยางรถยนต์วางไว้ทั่วบ้านเพื่อให้บ้านไหม้หมดทั้งหลัง ก่อนผูกคอตัวเองฆ่าตัวตายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง เนื่องจากตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ตายได้ทำประกันชีวิตไว้ที่ประเทศเยอรมนี และในประเทศไทย หลายแสนบาท จึงนำศพส่งชันสูตรพร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง และประสานสถานทูต ติดต่อญาติมาร่วมตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




