จากกรณีคนร้าย 3 คน นำรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ เลขทะเบียน 1910 กำแพงเพชร ขับมาจอดหน้า ร้านทองกรุงเทพ 4 ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ก่อนลงมาใช้ปืนยิงใส่ประตูกระจกร้าน และใช้ค้อนทุบประตูเพื่อพังเข้าไปเอาทองจากตู้กระจกด้านใน โดยได้ไปทั้งหมด 187 บาท ขณะก่อเหตุยังได้ยิงใส่ลูกค้าร้านทองจนเสียชีวิต 1 ราย ก่อนจะขับรถหลบหนีไป เหตุเกิดวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา

3คนร้ายอาวุธครบมือบุกปล้นร้านทอง อ.พบพระ กวาดทองเกลี้ยง-ยิงลูกค้าดับ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร พร้อม พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ตาก พร้อมฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้ลงพื้นที่ สภ.พบพระ จ.ตาก เพื่อประชุมความคืบหน้าทางคดี โดยให้เร่งติดตามคนร้ายที่หนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้ประสานขอความร่วมมือกับผู้ใหญ่ นายทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู เจ้าของพื้นที่ให้ติดตามจับตัวคนร้าย พร้อมกับนำของกลางกลับคืนมาโดยเร็ว

ขณะเดียวกันฝ่ายสายสืบได้ลงพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา บ้านยะพอ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ และแนวชายแดนด้านอื่น ๆ เพื่อหาข้อมูลแหล่งกบดานของคนร้าย หลังจากพบว่าได้หลบหนีไปยังฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลัง เคเอ็นดีโอ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกับฝ่ายทหารกะเหรี่ยงในการติดตามจับกุมคนร้ายที่หนีข้ามไปฝั่งเมียนมาแล้ว ขณะเดียวกันยังไม่ทิ้งในเขตไทย โดยการตั้งจุดสกัดตรวจค้นรถยนต์ หรือจักรยานยนต์ที่สงสัย เพื่อป้องกันการนำทองรูปพรรณที่ปล้นไปเคลื่อนย้ายไปเก็บซ่อนไว้

สำหรับจุดที่คนร้ายหนีข้ามไปฝั่งเมียนมานั้น เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะสีขาวเพิ่มอีก 1 คัน จอดอยู่ที่ริมลำห้วยยะพอ ระหว่างเขตแดนไทยกับเขตเมียนมา เสื้อผ้าของคนร้ายที่สวมใส่ขณะปล้นร้านทอง และรองเท้า 2 คู่ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานเก็บไว้ที่ สภ.พบพระ แล้ว