เมื่อวันที่ 16 ก.พ. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวว่า ในห้วงปัจจุบันมิจฉาชีพได้มีการเปลี่ยนแปลงกลโกงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงการปลอมตัวเป็นคอลเซ็นเตอร์ของธนาคาร หรือบริษัทต่างๆ บ้างก็ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือปลอมเป็นพนักงานบริษัทรับส่งพัสดุ อ้างว่าพี่น้องประชาชนที่รับสายนั้นมีการส่งของผิดกฎหมาย จนนำไปสู่การโน้มน้าวหลอกลวงให้โอนเงินจนสูญเสียทรัพย์สินนั้น
ทั้งนี้ขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ว่าหากมีเบอร์โทรศัพท์ที่ท่านไม่รู้จัก ติดต่อเข้ามาหาท่าน แล้วอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือพนักงานจากบริษัทต่างๆ แล้วโน้มน้าวให้ท่านโอนเงินให้ ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ ขอให้ท่านตัดสายเลิกสนทนาทันที หลังจากนั้นให้บล็อกเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้โทรเข้ามาหาท่าน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียทรัพย์สินได้ เพราะการคุยกับมิจฉาชีพต่อไปอาจทำให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากมิจฉาชีพจะใช้กลยุทธ์ “ร้อยเรียงเรื่องราว” พูดคุยจนเหยื่อหลงเชื่อ เคลิบเคลิ้มไปตามคำพูด จนยอมบอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลด้านการเงินอันเป็นความลับ จนกระทั่งถูกหลอกให้โอนเงินไปในที่สุด

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีนโยบายให้ประชาสัมพันธ์พร้อมให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพ เสมือนเป็นวัคซีนเพื่อป้องกันภัยร้ายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Vaccinated) เพื่อลดความสูญเสียทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการติดต่อประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้ที่กระทำความผิดในลักษณะนี้อย่างเด็ดขาด หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด ขอให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้ท่านหรือ โทร.สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.



